Shopping @ Argos


เช้าหลังจากตื่นมาประมาณ 7 โมง แต่รู้สึกว่าตื่นก่อนหน้านี่แล้วแหละ ก็อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จประมาณ 8 โมงกว่าๆ ก็รีบโทรศัพท์เลย โทรหาพ่อกับแม่ที่เมืองไทย ดีใจจังเลยที่ได้โทร และทำ surprised ได้ เพราะหลังจากที่มาถึง ยังไม่เคยโทรไปเลย คิดว่าอยากจะหาบัตรโทรถูกก่อน แต่ก็ไม่ได้ซักที แต่ก็บอกทางบ้านไว้ ว่าช่วงนี้อาจจะยังไม่ได้โทรไปหา

เมื่อวานสตีฟได้หาเบอร์โทรถูกให้ ดีใจมากๆ เลย เพราะไม่ต้องไปซื้อบัตรที่ไหนเลย เช็คจาก website โทรถูก แล้วก็เจอว่าแค่กดเบอร์โทรก่อนหน้าเบอร์ที่เราจะโทรไป ก็ใช้ได้แล้ว วิเศษมากเลย ไม่ต้องยุ่งยาก ราคาก็แสนประทับใจ โทรกลับเมืองไทยนาทีละ 0.5p/min หรือประมาณ 0.32 บาทต่อนาที สตีฟบอกว่าอาจจะถูกกว่าที่เค้าโทรหาแม่เค้าที่ Scotland ซะอีก 55 ซึ่งมันก็เป็นจริง คราวนี้แหละ ไม่ต้องห่วงเรื่องการโทรอีกแล้ว ยังไงก็จะเช็คค่าโทรศัพท์อีกที ว่ามันจริงรึเปล่า ซึ่งการโทรจะเป็นโทรจากเบอร์บ้านไปเบอร์บ้านเหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว

วันนี้ได้ไป Metro อีกครั้ง ไปที่ร้าน Argos ที่นี่นะ เราสามารถนำ catalogue ของร้านมาดูได้เลยว่ามีสินค้าอะไรบ้าง แล้วก็จดรหัสสินค้าเอาไว้ พอไปถึงร้าน เราก็กดรหัสสินค้าว่าใน stock มีอยู่รึเปล่า ถ้ามีเราก็เอาเลขนั้นไปกดที่เครื่องจ่ายเงิน แล้วก็รอเรียกรับของ ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ได้แล้ว ลูกค้าไม่ต้องไปเดินหาซื้อของให้วุ่น แต่ก็ไม่ดีตรงที่ว่าไม่เห็นของ ดูแต่ใน catalogue


Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

PhotobucketPhotobucket


หลังจากที่จดรหัสสินค้าแล้ว ก็มาจ่ายเงินที่เครื่องนี้
พนักงานไม่ต้องรับเงิน จ่ายเงิน


Photobucket


แล้วก็ได้ซื้อหม้อหุงข้าวซะที รู้สึกอุ่นใจยังไงไม่รู้ เหมือนมีอู่ข้าว อู่น้ำ อยู่ข้างกาย 55 แล้วก็ซื้อที่เป่าผม ราคาหม้อหุงข้าวก็ประมาณ 25 ปอนด์ หรือ 1600 บาท ซึ่งถือว่าแพงทีเดียวสำหรับหม้อหุงข้าว แต่ถ้าซื้อที่เมืองไทย ราคาเป็นพันอย่างนี้ก็คงได้ function ที่มากกว่านี้ แต่อันนี้ก็โอเค เป็นแบบไม่ติดหม้อ มีชั้นนึ่งในนั้นด้วย มีไฟบอกหุงหรืออุ่น ส่วนสตีฟก็ซื้อชั้นวางจาน หลังจากล้างแล้วจะได้มีที่วางก่อน พักไว้ก่อนจะเช็ดจาน ซึ่งที่นี่เช็ดจานทุกใบ หลังจากล้างเสร็จ เพราะถ้ารอให้แห้งเองแบบเมืองไทย ก็คงรอไปอีกนานโข หรือไม่ก็อาจจะไม่แห้งเอาซะเลย ส่วนไดร์เป่าผม ก็ราคาประมาณ 15 ปอนด์ หรือ 960 บาท อันนี้ก็แพงอีกเหมือนกัน แต่มันซื้อมาไม่ไหวแล้วนี่นา คราวหน้ากลับไปเมืองไทย จะเอากระเป๋าเปล่าไปใส่ของมาที่อังกฤษเลย 55

หลังจากกลับจากห้าง ก็ได้มีโอกาสได้ไปร้าน เพื่อเปลี่ยน contact lens ของสตีฟ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเลย สามารถเดินไปได้ ปกติจะไม่ค่อยได้ไปทางนี้เลย เพราะเป็นคนละทางกับที่ไปห้างเพื่อซื้ออาหารพอเข้าทางนี้ก็เลยงง และเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเรา ที่ต้องเรียนรู้ สตีฟบอกว่าวันหลังจะพาเดินมาเดินไม่นาน แต่ว่าทางเป็นขึ้นเนิน ลงเนิน ก็เป็นการออกกำลังกายได้อย่างนึงทีเดียว ละแวกที่ไปก็เป็น prudhoe เหมือนกัน เป็นโซนที่มีของขายตามแนว main street มีร้านอาหารจีนด้วย ว่าจะลองกันซักหน่อย แล้วก็ร้านหลากหลายมากมาย แต่ราคาของก็จะแพงกว่าห้าง ASDA คิดว่าเยอะเลยแหละ

ตอนทื่เดินที่นั่น รู้สึกหนาวมากๆ เลย เพราะเป็นที่โปร่ง ลมก็พักแรงเลย หน้าร้อนสำหรับคนที่นั่น ณ ตอนนั้นก็เย็นสำหรับพวกเค้าเหมือนกันแหละ โชคดีที่เรามี jacket แต่ก็หนาวมาก แล้วก็ไม่เห็นคนที่นั่นใส่แขนสั้นด้วย ค่อยยังชั่ว ที่ไม่ได้เป็นแกะดำ 55

วันนี้อาหารก็เป็นขนมปังปิ้งในตอนเช้า อร่อยทีเดียว แล้วก็ไปห้าง ซื้อของมาทำอาหาร เอาไว้จะทำ list ราคาของที่นี่ไว้ดูกัน ตอนนี้ก็ 22.33 น แล้ว ก็ยังคงมีแสงข้างนอก แต่อยากจะนอนแล้วแหละ

No comments:

Post a Comment