บรรยากาศการเชียร์ Newcastle v Manchester City @ St.James' Park


ก่อนเล่าเรื่องไปเชียร์ฟุตบอล ขอเล่าเรื่องนี้ก่อนละกัน เป็นประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นของตัวเองเลย

เมื่อวานออกไปเรียน ตอนขาไปก็ปกติดี แต่พอตอนขากลับสิ ลมพัดแรงมาก มาเป็นระลอกๆ แล้วด้านที่เดินกลับ มันสวนกับกระแสลมด้วยดิ บริเวณนั้นก็เป็นตึก 2 ฝั่งถนน โล่งๆ ไม่มีต้นไม้ ลมมันพัดแรง จนเกือบยืนทรงตัวไม่ได้ เท้ามันไม่ยึดเกาะกับถนน เหมือนตอนปกติ มันเหมือนจะปลิวเลย เหมือนในหนังที่เวลาลมพัดแรงๆ มันพัดคนปลิวลอยไป อารมณ์นั้นเลย

เราก็พยายามเกาะข้างฝาของตึก หลบๆ ไม่ให้ต้านกับลมมาก รู้เลยว่าคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นเป็นยังไง ฝุ่นก็ปลิวเข้าตา เราก็เอามือปิดตาข้างนึง เกาะฝาข้างนึง คนที่เดินอยู่แถวนั้น เค้าเห็นเราผิดปกติ เค้าก็ถามว่าเราโอเคมั๊ย เพราะเค้าคิดว่าเราหนาวมาก บอกให้เราเอาผ้าพันคอไปปิดบังที่หน้า แต่ที่ไหนได้ ไม่รู้ว่าเรากลัวปลิว เหอะ เหอะ น่ากลัวจริงๆ ....


...........................


เอาละมาต่อเรื่องไปเชียร์บอลละกัน... ^_^


หลังจากผ่านพ้นความตื่นเต้นมาไม่นาน ที่สนาม St James’ Park ภาพต่างๆ ยังไม่ลืมเลือน เลยเก็บบรรยากาศมาเล่าให้ทุกๆ คนฟัง


Photobucket


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ระหว่างทีมนิวคาสเซิล กับ ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ เวลาแข่งเริ่มเวลา 20.00น ตามเวลาที่อังกฤษ วันที่ 20 ตุลาคม 2551 ออกจากบ้านประมาณเกือบ 19.00น สตีฟขับรถเข้าตัวเมืองนิวคาสเซิล ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที




พอไปถึงบริเวณสนามรถก็เริ่มติด แล้วก็มีคนเดินตาม 2 ข้างถนนเยอะมาก เราก็สงสัยกันว่า โห คนมาดูบอลกันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ แต่ละคนใส่ jacket สีดำกัน เห็นบางคนใส่เป็นเสื้อทีมขาว-ดำ ของนิวคาสเซิล แต่ก็เห็นคนบางกลุ่มเป็นผู้หญิงใส่สุดราตรีสั้น ใส่สุ้นสูง เราก็ว่า ไม่น่าจะไปดูบอล แล้วก็ถึงบางอ้อว่า คนที่เดินกันเยอะๆ นั้น บางกลุ่มเค้าไปที่อารีน่ากัน (อารีนา เป็นสถานที่จัดงาน หรือการแสดงต่างๆ) แต่ก็ไม่รู้ว่าคื่นนั้นเค้ามีจัดงานอะไรที่นั่น ซึ่งก็ตรงกับวันที่มีแข่งบอลด้วย คนจึงมาบริเวณนั้นกันเยอะ

สตีฟก็ไปจอดรถใกล้ๆ กับที่ทำงานเก่า ไม่ไกลจากสนามแข่ง เดินประมาณ 10 นาที อุณหภูมิตอนนั้นคิดว่าประมาณ 10 องศาได้ เดินมาได้ซักพัก เอาล่ะสิ มีฝนลงมาประปราย คิดอยู่แล้วเชียวว่าฝนต้องมีตกกันบ้างล่ะ


ใกล้ๆกับสนามจะเป็น china town เป็นมุมที่เห็นป้าย china town
ด้านหลังเป็นสนามฟุตบอล


Photobucket

เมื่อเดินมาถึงบริเวณหน้าอาคารของสนามแข่ง คนมาจากไหนก็ไม่รู้ มาจากทุกทิศ ทุกทางมาเจอกันหน้าสนามแข่ง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย บางคนใส่สูต แต่ไม่ได้ผูกไทด์นะ แต่ใส่ผ้าพันคอของทีมนิวคาสเซิลแทน น่ารักดี บางคนก็ใส่เสื้อทีมมาเลย สาวๆ ก็มี เด็กก็เยอะ ผู้สูงอายุก็เยอะ สรุปแล้วมีทุกเพศ ทุกวัย เลยทีเดียว

Photobucket

บริเวณด้านหน้า ที่เช็คตั๋ว
(ในรูปมันเป็นกลางวัน แต่ตอนที่ไปคืนนั้น มืดมาก)



ตอนเดินเข้าอาคารนั้น อารมณ์มันเหมือนจะไปประท้วง หรือไปรบกัน แต่เป็นด้านบวกเพราะว่าร้องเพลงเชียร์กัน หยุดเดินไม่ได้เลย เพราะคนข้างหลัง เดินตามมาติดๆ เราก็ดูที่ตั๋วว่าจะเข้าประตูไหน ถึงจะใกล้กับจุดที่นั่ง พอเข้าประตูไป ก็เจอจุดเช็คตั๋ว จะมีเจ้าหน้าที่ 2 คน คุมเครื่อง scan อยู่ เราก็เอาตั๋วของเราใส่ไปเครื่องสแกน

เมื่อสแกนผ่าน ก็เข้าไปในห้อง แล้วก็มีคนเอาหนังสือมาให้ (ตอนแรกไม่รู้ว่ามีให้ข้างในซื้อด้านนอกมาก่อนแล้ว 1 เล่ม ประมาณ 3 ปอนด์ (เกือบ 200 บาท)


Photobucket


ผ่านจุดนั้นมาก็จะมีโต๊ะนั่งแบบโต๊ะกลม แล้วก็เป็นเค้าท์เตอร์ ไว้สำหรับดื่มเบียร์ อาหาร ของว่าง มีจอมอนิเตอร์ซึ่งถ่ายภาพจากสนามมาให้ดู และที่ขาดไม่ได้เลย ก็โต๊ะรับทายผลฟุตบอลนั่นเอง ตามผนัง ตามบอร์ด ก็จะมีราคาต่อรองติดไว้ให้ดูด้วย ก่อนแข่งเราก็เดาว่าผลจะออกมาเสมอ แต่ก็อยากให้นิวคาสเซิลชนะอยู่เหมือนกัน

เหลือเวลาก่อนแข่งไม่มาก เราก็เตรียมไปนั่ง ที่นั่งก็อยู่ในระดับที่ถือว่าดีมากทีเดียว ไม่สูงไปไม่ต่ำไป แต่เนื่องด้วยมันเป็นแถวแรกของชั้น เวลานั่งมันจะมีเหล็กบังนิดหน่อย

Photobucket

สนามข้างหน้าที่มองเห็น ก็สวยงามไปด้วยคนที่มาเชียร์ มาดูบอล บรรยากาศตอนนั้น เหมือนกับที่เราได้ยินทางจอทีวี เวลาที่ฟุตบอลอังกฤษเตะ คนก็จะร้องเพลงแล้วก็เชียร์กันทุกคน เสียงกระหึ่ม ดังยิ่งกว่าพูดออกไมโครโฟนซะอีก ชอบบรรยากาศแบบนี้ มันมีพลังในการเชียร์มากๆ

Photobucket

ในระหว่างที่แข่งก็มีฝนลงมาประปราย แต่ไม่หนักมาก ตอนที่ฝนตกไม่หนาวเท่าไหร่ แต่พอตอนฝนหยุดสิ มือนี่เย็นเจี๊ยบเลย เตรียมถุงมือไปแต่ไม่ได้ใส่อ่ะ (อายเค้า) แต่ด้วยความสนุกตื่นเต้นของเกมส์ รวมกับการเชียร์ของเรา แล้วก็ของคนอื่นๆ ก็ทำให้ไม่รู้สึกหนาวอย่างที่คิดไว้

เมื่อเริ่มแข่งไปได้ซักพัก ทีมนิวคาสเซิลเจอใบแดง ให้ออกจากสนาม

Photobucket

นิวคาสเซิลได้ใบแดง


เอาล่ะสิ คนเชียร์เริ่มมีอาการจี๊ดขึ้นที่สมอง บางคนเดินออกมาจากที่นั่ง มาตรงด้านหน้า ทำมือทำไม้แบบไม่พอใจ ปากก็พูดไป (คงเดาออก ว่าจะพูดอะไร อารมณ์ยังไง) มีบางคนเดินมาตรงจุดที่เรานั่ง โหย ...เสียวโดนลูกหลง ...ยังนึกอยู่เลยว่ากรรมการตัดสิน จะเสียวกว่าเราขนาดไหน คงออกจากสนามไม่ได้แน่คืนนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรร้ายแรง (ข่าว ณ ตอนนี้ ลูกโทษลูกนั้น กรรมการตัดสินผิด... เซ็งเลย)

จากนั้นก็โดนเตะจุดโทษไป โดนนำไปก่อน 1 ต่อ 0 คนก็เหลือ น้อยกว่า 1 คน แต่ด้วยความอดทนและพยายาม ก็ทำประตูคืนได้ก่อนหมดเวลา ไม่กี่นาที กองเชียร์ก็ดีใจไปตามระเบียบ กระโดดกอดกันก็มี เสียงเพลง เสียงเชียร์ อันดัง ก็กระหึ่มมาเป็นระยะๆ

Photobucket

พอหมดครึ่งแรก เราก็เข้าไปในอาคารที่มีโต๊ะนั่ง แต่ก็ไม่นาน ก็ออกมาข้างนอก พอดีกับช่วงนั้น ตรงสนามเค้ามีจับสลากรางวัล คนที่จับก็คือ อลัน เชียเร่อร์ นักเตะเก่า นิวคาสเซิลซึ่งโด่งดังในอดีต ได้เห็นตัวจริงก็คราวนี้แหละ อายุเยอะแล้ว แต่ก็ยังดูดี สมาร์ทเหมือนเดิม (รู้สึกว่า ผมจะมีน้อย.... มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 55 ^_^)

Photobucket

อลัน เชียร์เร่อร์ ขวัญใจชาวนิวคาสเซิล ยูไนเต็ต

เกมครึ่งหลังก็บรรยากาศเหมือนครึ่งแรก แต่นิวคาสเซิลได้ประตูก่อนเป็น 2 ต่อ 1 แต่พอเหลือเวลาไม่นาน แมนซิตี้ ก็ตามมาเป็น 2 ต่อ 2 จบเกมก็เสมอกันไป

Photobucket

แอบถ่ายการ์ดที่สนาม เป็นคนเช็คตั๋วแล้วก็บอกที่นั่งด้วย


พอตอนออกจากสนาม บรรยากาศก็เหมือนตอนมาเลย เดินกันเต็มท้องถนน คนก็พูดกัน เม้าท์กันเกี่ยวกับเกมส์ เราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เราก็ถาม สตีฟว่าเป็นยังไงบ้าง สตีฟก็บอกว่าก็สนุกดีนะ (เพราะถ้าสนุก อาจจะมีโอกาสได้ไปดูสนามจริงอีก 55)

Photobucket


เสียดาย โอเวน ไม่ได้ลงเตะ ร่างกายไม่อำนวยอ่ะ

Photobucket

ทิ้งท้าย รูปที่ถ่ายตอนที่ไปชมในอาคาร เมี่อปีที่แล้ว


ปล วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (26 October) ประเทศอังกฤษจะปรับเวลาใหม่ จากเดิมเวลา 6 โมงเช้า ก็จะเป็นเวลา 7 โมงเช้าแทน เหมือนได้เวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมง ^_^ ดังนั้นเวลาที่เมืองไทยกับที่อังกฤษ จะต่างกัน 7 ชั่วโมง


Apple

...1st Birthday in UK (ตอน 4)

......

เพื่อนๆ บางคนอาจจะพอทราบว่า ในความเป็นคนรักกิจกรรมคล้ายๆ กัน ของเปิ้ลกับสตีฟ แต่ ก็มีสิ่งนึงที่ไม่ได้ตรงกันเลย นั่นก็คือ ฟุตบอล เปิ้ลจะดูฟุตบอล ชอบเชียร์ฟุตบอล เวลามีแข่งก็เคยไปดูที่สนามจริง หรือเชียร์ผ่านทางจอทีวี (ด้วยเสียงอันดัง เวลาที่ลุ้นมากๆ) มีทีมฟุตบอลใน ดวงใจ แม้จะเปลี่ยนทีมเชียร์ไปตามกาลเวลา (ประมาณว่าใครเก่งก็เชียร์ 55)

แต่สตีฟไม่เลย ...

ที่เกริ่นเรื่องนี้ก็เพราะว่า วันเกิดปีนี้ของขวัญเซอร์ไพร้ซก็คือ ตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ระหว่าง ทีมนิวคาสเซิล กับ ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ !!! ตอนแรกเห็น คำว่า “แมนเชสเตอร์” ใจมัน ตื่นเต้นมาก แต่พออ่านต่อ เป็นคำว่า “ซิตี้” ใจมันห่อลงมาอีกหน่อย เพราะคิดว่าจะเป็นทีมแมน เชสเตอร์ ยูไนเต็ต ซึ่งสตีฟรู้ว่าเราชอบ สตีฟบอกว่าอารมณ์ตอนนั้นเห็นหน้าบานๆ ของเรา หุบไปเพียงไม่กี่วินาที แต่ยังไงแล้วได้ตั๋วนี้ก็ยังคงความตื่นเต้นอยู่ เพราะไม่คิดว่าจะได้มีโอกาส

หนึ่งเหตุผลคือ ด้วยความที่สตีฟไม่ชอบฟุตบอล ไม่คิดว่าจะไปดู สองคือ ตั๋วดูฟุตบอลที่นี่แพงมากๆ ตั๋วใบนึงกินข้าวไปได้หลายมื้อเลย

Photobucket


จากรูปถ้าดูราคาต่อคนก็ 55 ปอนด์ (หรือประมาณ 3355 บาท สอง คนก็ 6700 บาท) ราคานี้เข้าร้านอาหาร ได้หลายมื้อเลย ราคาตั๋วก็ขึ้นอยู่กับที่นั่งด้วย ที่นั่งนี้จะอยู่ด้านข้างของสนาม ประมาณแถวกลางๆ ก็เลยจะแพงกว่าที่นั่งอื่น ราคาที่นั่งแถวหลังประตูก็จะถูกกว่านี้ แต่คิดว่าแฟนคลับคงซื้อกันเยอะแล้ว เนื่องจากว่าเค้าจะเปิดให้แฟนคลับซื้อก่อนวันนึง จากนั้นค่อยเป็นคนทั่วไปซื้อ


Photobucket



วันแข่งก็เป็นวันที่ 20 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ อีกอย่างลองดูเวลาแข่งที่ตั๋วดิ เวลา 2 ทุ่ม !!! โอ้ แม่เจ้า จะแข่งอะไรกันดึกยังงี้ ลองจินตนาการดูว่า นั่งดูฟุตบอลในที่โล่ง มีลมพัด เวลา 2 ทุ่ม จบเกมก็ประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง แล้วอุณหภูมิตอนนั้นล่ะ ประมาณ 10-12 องศา น่าจะได้ คนไทยอย่างเรา(ขี้หนาว) นี่จะนั่งดูยังไง วันนั้นก็คงต้องเตรียม jacket หรือผ้าห่ม ไปด้วยคงจะดี ยังไงก็หวังว่าคงจะ เชียร์เกมได้อย่างมีอรรถรส เชียร์ให้มันเหงื่อออก จะได้หายหนาว ^_^ ขนาดเช้านี้เดินข้างนอก ควันก็ออกปากแล้วอ่ะ

ก่อนหน้านี้เคยไปสนาม St. James’ Park มา ซึ่งเป็นสถานที่แข่งฟุตบอลของทีมนิวคาสเซิล ตอนนั้น ไปชมภายในอาคาร กับสนามเปล่าๆ ไม่ได้ไปดูแข่งบอล เป็นสนามที่ขึ้นชื่อว่าสวย อีกสนามนึง ของฟุตบอลอังกฤษ

Photobucket

Photobucket


................



ส่วนของขวัญอีกชิ้น ไม่เซอร์ไพร้ซ เพราะเป็นคนเลือกเอง ด้วยชีวิตวัยเด็ก ยังขาดอะไรไปบางอย่างก็เลยอยากเติมให้เต็ม เมื่อต้นเดือนได้ไปส่งจดหมายที่ไปรษณีย์ เค้ามีแผ่นผับแจกเกี่ยวกับการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง เรื่อง Cinderella on Ice เห็นแล้วอยากดูมาก ก็เลยขอไปดู


Photobucket

การแสดงชุดนี้ มีชื่อเสียงมาก เดินทางไปแสดงมาแล้วหลายประเทศ ไม่แน่ใจว่าได้ไปเมืองไทยบ้างแล้วรึยัง แต่ก็เคยมีการแสดงแบบนี้ที่เมืองไทยเนาะ แต่ก็ไม่ได้ไปดู ไม่มีแนวร่วม ^_^

Photobucket

การแสดงชุดนี้จะแสดงวันที่ 28 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ได้ยินว่าสถานที่จัดเค้าสวยมาก ยังไงไปดูแล้วจะเก็บรูปมาฝากไม่รู้ว่าจะให้ถ่ายรูปรึเปล่า

.........


เหล่านี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเกิดปีนี้ กระเป๋าตังค์แห้งไปเลยสตีฟ 55 (ปีหน้าคงได้แต่การ์ด เหอะ เหอะ)ยังคิดอยู่เลยว่า จริงๆ แล้วการให้ของขวัญก็ไม่จำเป็นจะต้องมีค่า มีราคา มากมาย แต่อยู่ที่ผู้ให้มีความรู้สึกดี มีกำลังที่จะให้ผู้รับก็รู้สึกดีด้วย

ถ้าอยู่ที่เมืองไทย วันเกิดก็เป็นวันธรรมด๊า ธรรมดา ได้พรจากพ่อกับแม่ จากญาติ จากเพื่อน ไปกินกันเล็กๆ น้อย บางปีก็ไม่เลย แต่มาอยู่ที่นี่ ก็ถือว่าเป็นวันสำคัญของเค้า มันก็เลยแตกต่างจากสิ่งที่เราเคยปฏิบัติมา

อีกอย่างนึง สิ่งที่ขาดไปก็คือ ไม่ได้มีโอกาสทำบุญ ใส่บาตร วันเกิด ได้แต่บอกให้พ่อกับแม่ใส่บาตรเผื่อด้วย แต่ก็จะพยายามทำบุญแบบอื่น เช่น ให้เงินช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทำร้าย หรือให้เงินช่วยองค์กรต่างๆ เพราะที่นี่มีจดหมายมาเยอะมาก

ขอบคุณทุกๆ คนนะคะ ที่ติดตามอ่าน คอยให้กำลังใจมาตลอด ยาวไปบ้าง น้ำท่วมทุ่งนา ไปบ้าง ก็ขออภัยนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรง กันทุกๆ คนค่ะ ^_^


Apple


... 1st Birthday in UK (ตอน 3)



เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาต่อกันเลย คราวนี้ เหมือนมาแนะนำร้านอาหารยังไงก็ไม่รู้ แต่ดูแล้วก็เพลินตาดี อาจจะทำให้หิว ตาลายได้เหมือนกัน ^_^ ...

มื้อเย็นวันเกิด ร้านนี้เลย...

Photobucket

Frankie & Benny’s เป็นร้านอาหารออกแนวอเมริกัน อีตาเลี่ยน ผสมผสานกัน แต่มีสาขาอยู่เพียงแค่ใน UK เท่านั้น ตอนแรกก็นึกว่า เป็นสาขามาจากอเมริกา หรือว่าอิตาลี ซะอีก การจัดร้าน จะออกแนวอเมริกัน ส่วนอาหารก็จะมีทั้งอเมริกัน แล้วก็ อิตาเลี่ยน เพลงในร้านจะเป็นแนวยุค 80 ฟังแล้วโรแมนติกดี เข้ากับบรรยากาศร้าน

Photobucket

++ บรรยากาศนอกร้าน ตอนประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ (ก่อนกลับบ้าน) ++


Photobucket

++ บรรยากาศในร้าน ++


มีโต๊ะนึง ครอบครัวมาจัดวันเกิดด้วยเหมือนกัน แต่เป็นวันเกิดเด็ก มีเด็กประมาณ 6-7 คน น่ะ ทางร้านก็เลยมีลูกโป่ให้ด้วย เรายังนึกเลยว่า ถ้าเราบอกว่า วันนี้วันเกิดเราเหมือนกัน จะได้ลูกโป่ง แบบเค้ามั๊ยเนี่ย แต่อย่าเลย อายเด็ก ^_^

อีกอย่าง พอทานอาหารเสร็จ ทางร้านเค้าก็หรี่ไฟลง พร้อมกับเปิดเพลง Happy Birthday แล้วพนักงานก็นำเค้กชิ้นเล็กๆ มาเสริฟ พร้อมกับไอศครีม ให้กับเด็กทุกคนที่โต๊ะ ... แหม เห็นตอนนี้ แล้วก็อยากจะบอกเค้า เผื่อจะได้เหมือนเด็ก ^_^

Photobucket

++ มุมสำหรับนักดื่ม ++


Photobucket

หน้าตาเมนูของที่ร้าน มี Lunch แล้วก็มี Brunch ด้วยนะ (Brunch ก็เป็นมื้อเช้ารวมกับมื้อกลางวันนั่นเอง Breakfast + Lunch  Brunch .... อยู่ที่นี่บางทีก็ทานมื้อ Brunch บ่อยมาก)

ปล ใกล้ถึง Halloween แล้ว (31 ตุลาคม) ก็เริ่มมีเมนูสำหรับฮาโลวีนออกมาด้วย


รู้จักร้านแล้ว ต่อมาก็เป็นอาหารที่สั่ง...


F&B Sampler Platter

Photobucket


เป็นเซ็ต Sharing Platters สั่งมาสำหรับทาน 2 คน เมื่อมาเสริฟ ทางร้านเค้าก็จะมีจานมาให้ 2 ชุด

เซ็ตนี้ประกอบไปด้วย บาบีคิวไก่ (BBQ chicken wings), อกไก่เหมือนนักเก็ต, มีหอมทอด, มันฝรั่งอบ, ขนมปังกระเทียม, มาพร้อมกับซอส ซอสอร่อยมาก แล้วก็ขนมปังกรอบ (ที่เห็นเป็นแท่งยาวๆ) โดยรวมแล้ว อร่อยทุกอย่าง

Photobucket


Photobucket

เวลาเสริฟ มีแท่นสำหรับวางจานด้วย (ทำให้ทานยากไปอีกหน่อย) ยังนึกอยู่เลยถ้ายกจานลง คงทานเสร็จเร็วกว่านี้อีก สำหรับคนตัวสูงคงไม่เป็นไร ^_^

Photobucket


มาเช็ค ความอร่อย ความหิว ความอยาก .... ทุกๆ อย่าง หลังจากทานเสร็จ ก็เป็นแบบนี้ คอนเฟริมว่าอร่อยจริงๆ นะ ^_^



หลังจากเสร็จสิ้น ภาระกิจแรก ภาระกิจที่ 2 ก็ตามมา (เวลาสั่งจะสั่งพร้อมกันเลย แต่พนักงานที่ร้านจะดูว่า เราทานอาหารจานแรกเรียบร้อย แล้วรึยัง เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาเก็บจาน แล้วก็มาเสริฟ จานที่ 2 ต่อ)


BBQ Chicken & Ribs

Photobucket

จานนี้เป็น Main course เนื่องด้วยอาหารที่สั่งจานแรกมีปริมาณมาก ก็เริ่มรู้สึกอิ่มบ้างแล้ว ก็เลยสั่งมาแชร์กันเหมือนเดิม ตามชื่อเลยก็มี บาร์บีคิวไก่ แล้วก็ซี่โครงหมูรมควัน เสริฟพร้อมกับข้าวโพดอบ มันฝรั่งทอด โคสลอว์ แล้วก็ซอสบาบีคิว


ภาระกิจที่ 2 จบลงด้วยความอร่อยอีกเช่นเคย แต่เนื่องด้วย มัวแต่งุ่นอยู่กับอาหารเลยไม่ได้ถ่ายรูปเพิ่ม ...

แล้วก็มาต่อด้วย ภาระกิจสุดท้าย ของหวาน ซึ่งขาดไม่ได้เลย

Photobucket

จานนี้ ช็อคโกแลตบราวนี่ กับไอศครีมวานิลา ของสตีฟ ส่วนเราเป็น สมูทตี้ผลไม้รวม
อร่อยทีเดียว จานนี้ แต่อยากให้ไอศครีมเยอะกว่า (กล้วย สตรอเบอรี่ มะพร้าว สับปะรด)


Photobucket

อิ่มซะที .... ทิ้งท้ายความอร่อย ด้วยรูปของเราสองคน ละกัน (รูปนี้ตอนก่อนทาน หลังทานจะกลมกว่านี้อีก ^_^ )


Apple

... 1st Birthday in UK (ตอน 2)



มาต่อกัน ตอน 2....

จากตอน 1 ทุกๆ คนก็จะมองภาพออก ว่าคนอังกฤษที่นี่ เค้าให้ความสำคัญกับวันเกิด ยังไงบ้าง เค้าส่งการ์ด ให้ของขวัญกัน กับคนในครอบครัว หรือจากเพื่อนสนิท แล้วก็ปฏิบัติอย่างนี้ทุกๆ ปี มันเป็นวัฒนธรรม ประเพณีของเค้าไปแล้ว

คนทางนี้เค้าก็ถามเหมือนกัน ว่าเมืองไทยให้การ์ด ให้ของขวัญกันรึเปล่า หรือทำอะไรบ้างในวันเกิด ซึ่งก็ต่างจากที่นี่

อ้อ ! มีอีกอย่างนึง เวลาให้การ์ดนะ เค้าจะลงนามตอนท้าย ด้วยชื่อเค้า ชื่อสามี / ภรรยา แล้วก็ลูก (ถ้ามี) บางครั้งเป็นระดับแฟน ก็ลงชื่อแฟน ต่อไปด้วย แบบว่าลงนามกันเป็นครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเนื่องในวันอะไรก็ตาม สังเกตทุกๆ ครั้งที่ส่งการ์ด หรือได้รับการ์ด จะเป็นแบบนี้ตลอด แต่ที่เมืองไทยแบบเราๆ จะลงเป็นชื่อเราคนเดียว (ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันรึเปล่า) ตอนนี้ก็เลยรับวัฒนธรรมนั้นมาด้วย เวลาส่งการ์ด หรือลงนามก็จะลงชื่อสามีไปกับเราด้วย

......

ตอนที่แล้วทิ้งท้ายว่า มื้อเย็นวันเกิด ไปกินที่ไหน เค้กหน้าตาเป็นยังไง ก็มาเล่าต่อ แต่อย่าเพิ่งเลี่ยนนะ บางคนบอกว่าเล่ามาแบบไม่ได้เกรงใจคนอ่านเลย ^_^ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้น ถือซะว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์อีกมุมหนึ่ง ของคนพลัดถิ่น แล้วกันนะ เพราะเรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องเศร้า ก็มีเหมือนกับทุกๆ คน แต่ตอนนี้ ขอแชร์ความสุขก่อน ขอให้ทุกๆ คน มีความสุข
ไปด้วยนะจ๊ะ


โอเค ...เริ่มจากเค้กก่อนละกัน ^_^


Photobucket

ด้วยวัยที่ยังเอ๊าะๆ อยู่ ^_^ ก็เลยเลือกเค้กชิ้นนี้มา ประกอบกับชอบดูการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องนี้มาก (เรื่อง Cars) ตอนไปช็อปปิ้ง สะดุดตาตัวนี้ก็เลยซื้อมา แซวกับสตีฟว่า ดีใจจังของขวัญปีนี้ ได้เป็นรถ แถมกินได้ด้วย (แต่ดูจากรูป อย่าเพิ่งเข้าใจว่าอายุ 95 ล่ะ)


Photobucket



เห็นแล้วอยากเก็บไว้มากกว่า ไม่อยากกินเลย แต่พอตัดแล้วมันก็น่ากินอยู่มิใช่น้อย ^_^

จากประสบการณ์ ของที่ทำข้างนอก ตกแต่งดูดี แต่รสชาติไม่เอาไหนเลย ซื้อชิ้นนี้มาก็ยังเกรงๆ ว่าจะอร่อยมั๊ยเนี่ย.... แต่เมื่อชิมแล้ว ขอรับรองว่าชิ้นนี้ อร่อยจริงๆ นะ เนื้อเค้กนุ่มๆ หอมๆ เป็น butter เค้ก สอดไส้แยมรสราชเบอรี่

ซื้อชิ้นนี้มา ก็บรรดาลให้เกิดความคิด อยากทำเค้กกินเองบ้าง หวังว่าอนาคตจะทำเค้กกะเค้าเป็น จากนั้นก็ฝึกฝึมือให้ทำเป็นรูปร่างอย่างนี้ได้ (ฝัน ฝัน ^_^) แต่ตอนนี้ก็พัฒนาฝีมือทำอาหารไปก่อน

Photobucket


อยากแบ่งให้ทุกๆ คน ทานนะ แต่เอารูปไปชิมกันพลางๆ ก่อน ยังไงก็มาต่อตอน 3 เรื่องร้านอาหาร มื้อเย็น แล้วก็เรื่องของขวัญ surprised ที่เหลือ เป็นสิ่งที่อยากได้เลยแหละ (แบบว่ามาถึงอังกฤษทั้งที น่ะนะ เดาดูละกันว่าเป็นอะไร)

.... ตอนแรกกะว่าจะมีแค่ 2 ตอน แต่ว่าเพื่อให้ email ไม่ใหญ่เกินไป ยังไงรบกวนทุกๆ คน ติดตามต่อ นะจ๊ะ ^_^

Apple


*~ My Birthday ฉลองวันเกิดปีแรกในอังกฤษ (ตอน 1)



10 October 2008

จริงๆ แล้ววันนี้มันก็เหมือนกับทุกๆ วัน แต่ถ้าเราให้มันเป็นวันพิเศษสำหรับตัวเอง มันก็มีค่าควรแก่การจดจำอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ก็ยังรู้สึกเฉยๆ อ้อ ใกล้วันเกิดเราแล้วนิเนาะ ไปกินที่ไหนดี ไปเที่ยวที่ไหนดี ก็แค่นั้น แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ มันก็กลายเป็นวันพิเศษขึ้นมาได้ วันพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากเราแต่เพียงผู้เดียว...

คนอังกฤษเค้าถือว่าวันเกิด เป็นวันสำคัญวันหนึ่งทีเดียว เมื่อเทียบกับวันคริสต์มาส

Photobucket


เช้าวันนั้น วันที่ยังอยู่บนที่นอน (ประมาณ 8 โมงเช้า ตื่นสายกว่าทุกวัน เพราะสตีฟทำงานที่บ้านวันนี้) วันที่อากาศแปรปรวนพอสมควร มีลมค่อนข้างแรง เป็นวันที่เห็นได้ชัดว่าเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วจริงๆ ใบไม้ร่วงไปทั่วบริเวณ


.... แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สตีฟไปรับโทรศัพท์ซึ่งอยู่อีกห้องหนึ่ง ในใจก็นึกแล้วว่าต้องมีใครโทรมาอวยพรวันเกิดเราแน่ๆ แล้วก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล พ่อกับแม่ นี่เอง โทรมาจากเมืองไทย คำอวยพรจากพ่อกับแม่ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น เป็นพรอันประเสริฐ แล้วก็รู้สึกว่าพรที่พ่อกับแม่ให้วันนี้มันมีความหมายมากเลย มากกว่าตอนที่อยู่บ้านด้วยกัน อาจจะเป็นเพราะความห่างไกลกันนะ มันจึงมีคุณค่ามากขึ้นไปอีก...

อวยพรแล้วก็คุยกัน แต่ไม่นานเหมือนทุกครั้ง หลังจากวางสายแล้ว เราก็กลับเข้ามาที่ห้องแล้วก็เห็นซองวางอยู่ที่หมอน 2 ซอง แล้วก็กล่องของขวัญอีก 1 กล่อง ว้าว สามีทำเซอร์ไพร้ซ อีกแล้ว ... ไม่ได้กอดกับพ่อกับแม่ ตอนนี้กอดกับสามีไปก่อนละกัน ^_^

ในซองก็เป็นการ์ดอวยพรวันเกิด


Photobucket

จากพลพรรคคนรักแมว (เราก็แซวว่า ทำไมสตีฟไม่คาบดอกกุหลาบของจริงด้วยล่ะ จะได้เหมือนกับในรูปด้วย)

ส่วนการ์ดอีกใบก็จากพลพรรคคนรัก Hoff จาก series Knight Rider ซึ่งเราก็ชอบเหมือนกัน


Photobucket


ชิ้นนี้ก็เป็นหนังเรื่อง Dirty Dancing เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาว ที่มาเต้นรำ มีความโรแมนติก แต่ก็ยังไม่ได้ดูนะ อันนี้มันเป็น Blu-Ray Disc เป็นแผ่นหนังที่มีคุณภาพดีกว่า DVD ทั่วไป เป็นเทคโนโลยีใหม่ (อาจเรียกว่า New generation ก็ได้) ของแผ่นหนัง จากเมื่อก่อน พัฒนาจาก CD ธรรมดา มาเป็น DVD ตอนนี้ก็มี Blu-Ray ออกมา


เหล่านี้ก็เป็นออเดิร์ฟจากสามี (ยังมีของขวัญอย่างอื่นอีก)


.....


ต่อไปก็เป็นการ์ดอวยพรจากแม่สามี ซึ่งส่งทางไปรษณีย์มาจากสก็อตแลนด์ มาก่อนหน้าวันเกิดวันนึง แต่ยังไม่เปิด รอให้ถึงวันก่อน


Photobucket


ของขวัญจากแม่สามี เป็นเงิน แล้วบังคับว่าต้องใช้ด้วย เพราะปีก่อนๆ ให้เป็นเงิน แล้วเราบอกว่ายังไม่รู้จะซื้ออะไร เก็บไว้ก่อน ปีนี้ไม่ได้ บังคับว่าต้องใช้

แล้วก็การ์ดอวยพรจากแมวด้วย ไม่เชื่อกันใช่มั๊ยล่ะ ว่าแมวก็ให้ของขวัญคนได้ด้วย แม่สตีฟเค้ารักแมวเค้ามาก ชื่อ Lucky เค้าคิดว่าแมวเป็นเหมือนลูกอีกคนของเค้าน่ะ เวลาให้ของขวัญเค้าก็ลงนามเป็นชื่อแมวเค้า

Photobucket


ชิ้นนี้ก็ของขวัญจากแมว Lucky แมวก็ให้สร้อยคอกับคนได้อีกเช่นกัน ^_^ เป็นสร้อยหินประจำคนเกิดเดือนตุลาคม ไม่รู้ว่าเป็นหินอะไร


Photobucket



จากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็มีเสียงกริ่งที่ประตูบ้านดังขึ้น นั่นแน่ มีมาอีกรายนึงแล้ว เป็นการ์ดแล้วก็ของขวัญจากยายของสตีฟ ยายเค้าใจดีมาก อายุ 80 กว่าแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรง ไปไหนมาไหนได้สบาย มีรถขับไปเองด้วยพลพรรคคนรักแมว อีกเช่นกัน


Photobucket


ยังไม่หมดแค่นี้ ชิ้นนี้ surprised มาก เพราะเป็นของขวัญวันเกิดจากเพื่อนสนิทของสตีฟ เราก็รู้จักด้วย เพื่อนคนที่เค้ามีลูกสาว น่ารักๆ น่ะ (บางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นรูป) เค้าส่งดอกไม้มา เป็น delivery จาก มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ (ปกติตอนอยู่เมืองไทย สตีฟจะเป็นเจ้าประจำในการส่งดอกไม้ delivery ตอนนี้ยกหน้าที่ให้เพื่อน ^_^)


Photobucket


Photobucket



Photobucket


Photobucket


Photobucket



แล้วก็มีน้องสาวสตีฟ ส่ง message มาอวยพร บอกว่าการ์ดคงจะส่งมาถึงในไม่ช้า น้องเค้าอยู่ Aberdeen ที่สก็อตแลนด์ อยู่บ้านคนละเมืองกับที่แม่สตีฟอยู่

สุดท้ายแล้วก็ไม่ลืมเช่นกัน สำหรับคำอวยพรจากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนที่เมืองไทย ที่ส่ง email แล้วก็ E-card มาอวยพร รวมถึงทุกๆ คน ที่ส่ง email มาทักทายหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ หลายๆ คนไม่ทราบว่าเกิดวันนี้ แต่อวยพรย้อนหลังได้ค่ะ รับได้ตลอด ^_^

ขอบคุณทุกๆ คนจริงๆ ค่ะ ที่ยังไม่ลืม คอยเป็นกำลังใจให้ตลอด คอยเป็นเพื่อนคุยยามเหงา ส่งเรื่องสนุกๆ มาให้อ่านส่งภาพน่ารักๆ เซ็กซี่ๆ น่ากลัวก็มีบางครั้ง ^_^ รู้สึกอบอุ่นจริงๆ ค่ะ


มีต่อตอน 2 ค่ะ ดูว่าจะมีของขวัญอะไรมาเซอร์ไพร้ซอีก เค้กวันเกิด หน้าตาเป็นยังไง มื้อเย็นวันเกิด ไปกินที่ไหน ไม่ได้จัดงานอะไรค่ะ ไปกินที่ร้านอาหาร กัน 2 คน ^_^


Apple


ลงเรียนกับ Northumberland County Council


ช่วงนี้ที่เมืองไทยฝนไม่ตกเหมือนก่อนหน้านี้แล้วใช่มั๊ยล่ะ พูดแล้วก็นึกถึงบรรยากาศตอนก่อนกลับบ้าน ครึ้มฟ้าครึ้มฝน พอเลิกงานก็วิ่งผ่านฝนไปขึ้นรถ ทำไมมันต้องตกตอนก่อนกลับบ้านก็ไม่รู้...

พอมาอยู่นี่ ฝนตกทีไรก็เห็นคนเดินกันเฉย ไม่ค่อยมีใครวิ่ง แม้แต่เสียงฟ้าร้อง ฟ้าแล่บก็ยังไม่เคยได้ยิน ได้เห็น เลยอ่ะ มันจะตก ก็ตกมาซะยังงั้น ได้ยินเสียงฟ้าร้องมันก็โรแมนติกดีเหมือนกันเนาะ 55 (คนมีความรักก็อย่างนี้แหละ .... แหวะ)

ความรักก็ดำเนินไปด้วยดีจ๊ะ แม้จะมีงอนกับสามีบ้าง พอเป็นน้ำจิ้ม ^_^ ที่งอนก็ไม่ใช่ไรหรอก เรื่องเล็กน้อยทั้งนั้นแหละ อย่างเช่น เรื่องดู DVD ด้วยกัน (Buffy and Vampire Slayer... ไม่รู้ว่าเคยดูกันรึเปล่า)






เราเพิ่งดูครั้งแรก แต่เค้าดูมาหลายรอบแล้ว เราก็ถามแบบว่าอยากรู้ ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป เค้าไม่ตอบ เพราะอยากให้เราดูเอง แบบว่าถามแค่เนี้ยะ ตอบหน่อยก็ไม่ได้ ... ก็กลายไปเรื่องกันไป เหอะ เหอะ



วันนี้มีเรื่องที่เรียนมาเล่าให้ฟัง ไม่รู้ว่าเคยบอกไปรึยังเนาะ ว่าได้ไปลงเรียนมาน่ะ เป็นคอร์สการคำนวณ แล้วก็คอร์สภาษาอังกฤษ จัดโดย Northumberland County Council เป็นโครงการที่มีมานานแล้วนะ จัดคอร์สต่างๆ ให้กับผู้ที่สนใจ ไม่ได้เรียนในโรงเรียน ไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัย แต่ตอนสอนจะมีที่สอนของโครงการ ในแต่ละจุดกระจายไปทั่ว county โดยมีหลากหลายคอร์ส เช่น ภาษาอังกฤษ, ภาษาสเปน, IT, วาดภาพ, ถ่ายภาพ, มีสอนเล่นกอล์ฟ ด้วยนะ



ช่วงเวลาก็มีทั้งช่วงเช้า ช่วงเย็น คอร์สที่ลง เรียนทุกวันพุธกับพฤหัส ประมาณ 15 สัปดาห์ กว่าจะหมดคอร์ส ก็ประมาณปลายเดือนมกราคม ปีหน้าโน่นแหนะ เรียนครึ่งวัน โชคดีมากเลย ที่สถานที่เรียนอยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องนั่งรถไป ก็เป็นจุดนึงที่ลงเรียนด้วยแหละ ที่เรียนก็ไม่ไกลจากบ้าน เดินไปประมาณ 10 นาที (ตามช่วงตัวสั้นๆ อากาศเย็นๆ ก้าวขาไม่ค่อยออก )

เพื่อนในชั้นก็เป็นคนอังกฤษล้วนๆ มีอยู่ประมาณ 10 กว่าคน อายุก็ 20 ปลายๆ 30 ต้นๆ อาจารย์ที่สอนก็น่าจะอายุประมาณ 40 ได้ เป็นผู้หญิง ชื่อ Victoria น่ารัก ใจดี พูดช้า ๆ เนิบๆ ฟังง่ายดี


บางคนอาจจะงงว่า คนอังกฤษก็ยังเรียนภาษาอังกฤษอีกเหรอ จากทีคุยกันกับเพื่อนที่มาเรียน แล้วก็อาจารย์เค้าบอกว่า ภาษาที่เค้าพูดกับที่เป็นแบบเรียน มันไม่เหมือนกัน แต่ความหมายเหมือนกัน ก็คงเหมือนเรา คนไทยพูดอีกอย่าง แต่เวลาเขียนอีกแบบนึง แต่ได้ความหมายเหมือนกัน อีกอย่างเค้าก็อยากเรียนการเขียนให้เป็นแบบทางการ หรืออาจจะเรียกว่า Business language


ส่วนคอร์สคำนวณก็ไม่มีอะไรมาก โจทย์คณิตศาตร์ดีๆ นี่เอง (ส่วนใหญ่จะเป็นคณิตศาสตร์ธุรกิจ ไม่ใช่ทางวิศวกรรม) แต่ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยเรามีพื้นทางการคำนวณอยู่แล้ว ก็ไปได้ แต่เจอคำถามเป็นภาษาอังกฤษบางครั้ง ทำอึ้งไปเลย ศัพท์ทางคณิตศาตร์คำนี้ไม่เคยรู้มาก่อน ก็เป็นประสบการณ์เพิ่มเติม

ก่อนเรียนอาจารย์เค้าก็มีแบบทดสอบให้ทำทั้งข้อสอบคำนวณ ประมาณ 50 ข้อ แล้วก็ข้อสอบภาษาอังกฤษ ทำในกระดาษ หลังจากทำเสร็จเราก็รู้ว่าการคำนวณเราไม่ด้อยไปกว่าเค้าเลย แต่ภาษาอังกฤษนี่ก็ต้องพัฒนาขึ้นไปอีก เมื่อทำข้อสอบชุดนี้จบ ก็มีทำข้อสอบอีกหลายๆ ชุด โดยทางคอมพิวเตอร์ มันก็จะเช็คเวลาที่เราทำสอบไปด้วย พอทำเสร็จก็บอกคะแนน ... ก็มันส์ดีเหมือนกัน


วันนี้อาจารย์บอกว่าพรุ่งนี้ จะมีคนมาเรียนเพิ่ม เป็นคนเอเชียด้วย อยู่ที่นี่ประมาณเกือบ 3 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นไง เอาไว้พรุ่งนี้เจอแล้วจะมาเล่าให้ฟัง ^_^


มีเว็บมาแจกด้วยนะ .... อันนี้ อาจารย์ให้มา มีเพื่อนคนนึงเค้าขออาจารย์ว่า อยากได้แบบเอาไปสอนลูกได้ ตัวเองเล่นได้ด้วย มันเป็นเว็บพัฒนาเกี่ยวกับคณิตศาตร์ กับ ภาษาอังกฤษ มันมีเกมส์ด้วย เอาไว้ ลองเล่นดูนะจ๊ะ


http://www.bbc.co.uk/skillswise/numbers/measuring/money/game.shtml

http://www.bbc.co.uk/skillswise/


Apple