เตรียมสอบขับรถในอังกฤษ


วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับอังกฤษมาเล่าให้ฟังอีก เป็นการเตรียมเพื่อทำใบขับขี่รถยนต์



การทำใบขับขี่ เป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องดำเนินการในช่วงนี้ การเดินทางที่นี่ไม่สะดวกเหมือนที่เมืองไทย รถเมล์ก็มีไม่เยอะ รถไฟก็มาเป็นเวลา แท็กซี่ก็แพงเหลือเกิน มอเตอร์ไซด์ รับจ้างก็ไม่มี จะเดินก็ไม่ไหว ดังนั้น มีรถ ขับรถได้ จะดีมากๆ

บางคนก็พอรู้มาบ้างว่า เราสามารถทำใบขับขี่สากลมาจากเมืองไทยได้ แต่ก็ใช้ได้แค่ระยะเวลา 1 ปี แล้วก็ต้องไปทำใหม่ทุกๆ ปี ซึ่งก็เป็นทางหนึ่งที่ทำได้ แต่ถ้าขับรถไปแล้วมีอุบัติเหตุ เราจะเสียเปรียบมากๆ กับใบขับขี่สากลที่นำมาจากเมืองไทย เพราะทางนี้จะไม่ค่อยประกันให้ หรือยอมรับซักเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้มีปัญหา ก็ทำใบขับขี่ที่นี่ซะเลย

ขั้นตอนในการได้ใบขับขี่ก็ดูจะยุ่งยาก เมื่อเทียบกับที่เมืองไทย เวลาจะฝึกขับรถจะไม่สามารถขับบนถนนสาธารณะได้ ต้องไปฝึกตามสถานที่ที่เค้าทิ้งร้าง ว่างเปล่า ซึ่งก็หาได้ยากเหลือเกิน ดังนั้น ทางเดียว ที่จะฝึกขับบนถนนได้ ก็คือ การทำ Provisional Driving licence หรือ ใบขับขี่สำหรับผู้ฝึกขับรถ (ยังไม่ใช่ Full licence) เป็นสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ


ตอนนี้ก็ทำเรื่องขอ Provisional Driving licence ไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการทำ 50 ปอนด์ เงินไทยประมาณ 3000 บาท นี่สำหรับเริ่มต้นนะ หลังจากนี้จะมีให้ต้องจ่ายอีกหลายตังค์


ผู้ที่ถือ Provisional Driving licence จะไม่สามารถขับรถไปคนเดียวได้ ต้องมีผู้ร่วมเดินทางที่มีใบขับขี่มาก่อน (หลายปี แต่ไม่รู้ว่ากี่ปี) นั่งไปด้วย แล้วก็ไม่สามารถขับบนมอเตอร์เวย์ได้เช่นกัน แล้วที่รถจะต้องติดป้าย อักษรภาษาอังกฤษ L สีแดง ที่ข้างรถเพื่อบอกว่า รถคันนี้ คนขับกำลังอยู่ในช่วงฝึกขับรถ


L: LEARNER



ตอนนี้ก็ซื้อสติ๊กเกอร์มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ติด เอารูปตัวอย่างมาให้ดูก่อนหลังจากนี้ ก็จะได้ฝึกขับรถบนถนนทั่วไปได้แล้ว ระหว่างนี้ก็อ่านหนังสือเตรียมสอบภาคทฤษฎีไปด้วย


หนังสือที่ต้องอ่านเตรียมสอบ




การสอบข้อเขียน


ค่าสมัครในการสอบ 30 ปอนด์ ประมาณ 1800 บาท

จะทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์ จะมีให้สอบ 2 ส่วน



ส่วนแรก ให้ตอบคำถามแบบมีตัวเลือก



ส่วนที่ 2 จะมีวีดีโอสถานการณ์บนถนนมาให้ดูแล้วให้ใช้เม้าส์ชี้จุดไม่ปลอดภัย




เมื่อสอบข้อเขียนผ่าน ก็สามารถติดสติ๊กเกอร์ L สีเขียวที่รถได้ แต่ทั่วไปก็ไม่ติด



การสอบปฏิบัติ

ต่อไปก็เตรียมสอบปฏิบัติ เมื่อฝึกขับได้มั่นใจแล้ว อาจจะไปเรียนกับครูสอนขับรถ เพื่อให้สอนก่อนไปสอบ บางคนก็ไม่ฝึกกับครู เพราะค่าใช้จ่ายแพงมากๆ ในการเรียนแต่ละชั่วโมง แต่เพื่อให้มั่นใจก็เรียนกับครู แล้วครูจะบอกว่า พร้อมที่จะไปสอบขับแล้วรึยัง

การสอบปฏิบัติที่นี่จะเข้มมากๆ เมื่อเทียบกับที่เมืองไทย คือ ต้องสอบขับรถบนถนนจริง สถานการณ์จริง จะมีเจ้าหน้าที่นั่งไปด้วยกับเรา จะดูการขับรถของเราทุกขั้นตอน การมองกระจก ขับช้า ขับเร็ว แล้วก็จะเป็นคนสั่งการว่าจะให้เราเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือ ไปทางไหน จับพวงมาลัยยังไง ถอยจอด หรือทุกๆ อย่าง ที่เค้าจะทดสอบค่าใช้จ่ายในการสอบ 56.50 ปอนด์ ประมาณ 3400 บาท






เมื่อทุกอย่างผ่านเรียบร้อย ก็จะได้ใบขับขี่มาครอบครอง สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ไม่รวมค่าเรียนขับรถกับครูฝึก) ประมาณ 8200 บาท แพงเอาการทีเดียว หลังจากนั้นบางคนก็จะติดสติ๊กเกอร์ที่รถเป็นตัว P สีเขียว หมายถึง เพิ่งผ่านการสอบมาหมาดๆ แต่ทั่วไปก็ไม่เห็นใครติด

ใบขับขี่ที่ได้นี้ก็จะใช้ได้ไปตลอดจนอายุ 70 ปี ถึงจะมีการทำใหม่ ซึ่งจะต้องสอบ หรือ ไม่สอบ ก็ต้องเช็คกัน ณ ตอนนั้น พูดถึงอายุ 70 ปี ก็อย่าคิดว่าจะไม่ขับรถแล้ว เพราะคนที่นี่อายุ 80 กว่าๆ ก็ยังขับรถได้คล่องอยู่เลย



Xmas & Hogmanay in Scotland


สวัสดีปีใหม่ 2552
Happy New Year 2009!



ผ่านพ้นปีเก่า เข้าสู่ปีใหม่แล้ว
ขอให้มีสิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต
(แต่ยังไงก็ขอให้คงแฟนคนเก่าเอาไว้นะ ^_^)

ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ได้มาฉลอง Xmas แล้วก็ปีใหม่ที่สก็อตแลนด์
(ปีใหม่ที่นี่ จะเรียกว่าHogmanay) หลังจากมีประสบการณ์จากปีที่แล้ว
ปีนี้เลยไม่เคอะเขินในการร่วมโต๊ะอาหารในวันคริสต์มาสกับ
สมาชิกในครอบครัวสามี รู้จักชนิดอาหารมากขึ้น รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
วันนี้เลยถือโอกาสมาแชร์ประสบการณ์กัน

ก่อนวันคริสต์มาสจะเป็น Christmas Eve คือ วันที่ 24 ธันวาคม
ในตอนกลางวันก็ดำเนินไปปกติ แต่ว่าตอนเย็นที่บ้าน (ไม่รู่ว่าครอบครัว
อื่นเป็นแบบนี้รึเปล่า) เราจะไปทานอาหารนอกบ้านกัน ถือว่าเป็นมื้อพิเศษ
เพราะไม่ต้องทำอาหารเอง แล้วก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศ แต่ยังไง
ก็จะเป็นร้านเดิมประจำ ^_^

ส่วนวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม ที่บ้านจะเริ่มจัดเตรียมโต๊ะ
ประมาณ 11 โมง เพื่อที่จะได้ทานอาหารกันในช่วงบ่าย
ซึ่งเป็นมื้อใหญ่ แบบครบชุด


ก่อนหน้านั้นก็จะเป็นการเตรียมอาหาร
(เตรียมล่วงหน้าหลายวัน เพราะมีอาหารหลายชนิด)

เตรียมทำ Fresh-fruit Salad


เตรียมทำ Toast ขนมปังปิ้ง ตัดขนมปังเป็นแผ่นบางๆ



นำเข้าเตาอบ ปิ้งแล้วกรอบแล้วก็หอมด้วย



เตรียมเนย เป็นลอนสวยม๊าก มาก


โต๊ะอาหาร




เมนูอาหาร ซึ่งที่บ้านจะทำเหมือนกันทุกปี แม่สามีบอกว่าเคยคิด
จะเปลี่ยนเมนู แต่สมาชิกทุกคนไม่เห็นด้วย อยากได้เมนูเดิม
คงจะชอบมาก แล้วก็คิดว่า จะทำให้เป็นเมนูพิเศษ ถ้า
จะเปลี่ยนก็มีแต่ทำเพิ่ม ไม่ได้ลดจากเดิม

ในตอนก่อนเริ่มทานอาหาร เราจะมี Christmas cracker ให้ 2 คน
ช่วยกันดึง เมื่อดึงแล้วจะขาดจากกัน ในนั้นจะมีของขวัญเล็กๆ
น้อยๆ พร้อมกับตลกหรือคำถามให้ถามกันเล่น






แล้วก็เริ่มต้นทานอาหารมื้อนี้กัน

*~ ~ Starters ~~*

มีให้เลือก 2 เมนู ก่อนหน้านี้จะมีเมนูมาให้เลือกว่าจะทานอะไร

ระหว่าง

Prawn Cocktail



กับ

Pate and Toast



*~~ Soup ~~

หลังจากนั้นจะต่อด้วยซุป ซึ่งมีประเภทเดียว คือ

Leek and Potato soup (Vichyssoise)


เป็นซุปมันฝรั่งผสมกับ Leek ทานกับขนมปังปิ้ง



*~~ Main course ~~*

จะมีอย่างเดียว คือ Turkey (ไก่งวง ที่เราเคยได้ยินกัน) จะเป็นอาหาร
ที่ฮิตที่สุดในวันคริสต์มาสทุกบ้าน หรือเกือบทุกบ้านจะทาน Turkey
แล้วจะมีแครอท, roast potato, peas,sweet corn, spouse,
ไส้กรอกห่อด้วยเบคอน , Oatmeal stuffing แล้วก็น้ำเกรวี่


พอหมดจานนี้แล้ว ทุกคนก็แทบจะลุกไม่ขึ้นแล้ว แต่เพราะด้วยเป็นมื้อพิเศษ
พร้อมกับอาหารก็อร่อยถูกปาก เลยต้องนั่งต่อ เพื่อรออาหารชุดสุดท้าย


*~~ Dessert ~~*

ของหวานจะมีหลายชนิด

Fresh-fruit Salad


Grasshopper Pie


แล้วก็

Ginger Log




หลังจากอาหารหวานแล้ว ก็เริ่มง่วง เราก็ย้ายมาอีกห้อง
เพื่อทำให้หายง่วง ก็เป็นการแกะของขวัญนี่เอง แต่ละคนจะมีของขวัญ
ให้ทุกๆ คน ถ้ามีสมาชิกอยู่ 6 คน ก็ต้องเตรียมของขวัญ
สำหรับ 5 คนเลย แล้วก็ระบุว่าของชิ้นไหน ให้ใครด้วย
บางปีก็มีแอบถามกันเลย ว่าอยากได้อะไร
เพราะของที่ให้จะได้ถูกใจ


สภาพห้องตอนแกะของขวัญ



หลังจากแกะของขวัญแล้ว ก็มีการเล่นเกมส์ หรือดูทีวี กีฬา หรือ DVDs

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการฉลองคริสต์มาสที่สนุก ได้ของขวัญ
ได้ทานอาหารอร่อยๆ เป็นวันครอบครัวของที่นี่
เลยทีเดียว

ส่วนวันก่อนปีใหม่ ก็มีอาหารมื้อใหญ่เช่นกัน แต่ไม่เท่าวันคริสต์มาส
แล้วก็มีการนับถอยหลังร่วมกัน พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หลากหลาย ^_^ (มาถึงสก็อตแลนด์ทั้งทีต้องลอง Whisky
แต่เราต้องผสม Lemonade รสชาติจะดีกว่าดื่มเพรียวๆ)

ถ้าใครได้มาเที่ยวช่วง Xmas ก็คงจะได้มีโอกาสร่วมโต๊ะอาหาร
ได้ลองชิมอาหารที่นี่ดูนะสำหรับตัวเอง ก็จะเตรียมฝึกทำ เพราะในอนาคต
(อีกหลายปี) ก็คงจะเป็นคนเตรียมอาหารให้กับครอบครัว
ในวัน Xmas เช่นกัน ^_^