หอยทอด จ้า หอยทอด


Photobucket

ไม่ได้เม้าท์เรื่องอาหารการกินมานาน นึกแล้วก็คิดถึง
ถ้าไม่ได้เม้าท์กลัวว่าตัวเองจะผอม
ขาดสารอาหารไปซะก่อน 55 …
วันนี้เลยมาอัพเดทเมนูใหม่ๆ ที่ได้ทำ (ทำได้)

ให้ทุกๆ คนได้ชิม (หรือชม) กันค่ะ ^_^

1 ปี ผ่านไปก็คิดว่าสามารถเข้าครัวทำอาหารได้ ไม่อดแน่
แต่ก็เหมือนเด็กหัดเดิน ยังคง
ต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆ
นึกอยากเมนูไหนก็เปิดเว็บหาสูตร แล้วทำเลย บางจานก็อร่อยจัด

บางจานก็ต้องพยายามกินให้หมด สมกับความอยาก…กิน 55

มาดูหน้าตากันเลยดีกว่า …



Photobucket


Photobucket หอยทอด


เมนูนี้อยากกินม๊ากกกกกกกก ถึงมากที่สุด เพราะเป็นคนชอบกินหอย … (จริ๊ง จริง)
เมื่อตอนอยู่เมืองไทย ด้วยความตะกระ บางครั้งกินแบบควบคู่เลย
หอยทอดกับผัดไทย
มันเข้ากันดีจัง
แต่วันนี้ทำแต่หอดทอดอย่างเดียว ก็สมอยากแล้ว



Photobucket


Photobucket


ทำครั้งแรก ไม่รู้อ่านสูตรยังไง (กระแดะไปยืมหนังสือทำอาหาร ภาคภาษาอังกฤษ

จากห้องสมุดมา) และทั้งๆ ที่เมื่อก่อน ตอนซื้อ ก็ดูเค้าทำดิบดี แต่ไม่จำ …
เลยตีไข่ผสมไปกับแป้งแล้วก็หอย แล้วก็ทอดไปพร้อมกัน
หน้าตามันเลยเหมือนไข่เจียว ใส่หอย 55 แต่มันก็กรอบ รสชาติได้นะ

แต่ครั้งที่สอง ลองใหม่ ตอกไข่ที่หลัง จากที่ทอดหอยกับแป้งแล้ว
คราวนี้หน้าตาได้
รสชาติได้ แถมแป้งกรอบๆ ด้วย … โอ๊ย อร่อย ^_^



Photobucket


Photobucket ก๋วยเตี๋ยวหลอด


เมนูนี้ก็อยากกินเหมือนกัน แต่น้อยกว่าหอยทอดหน่อย
และเพราะความที่หาซื้อเส้นใหญ่
(ที่ยังไม่ได้ตัด) ไม่ค่อยได้ เลยไม่ได้ทำ
เมื่ออาทิตย์ก่อนไปไชน่าทาวน์ เห็นเส้นใหญ่วางขาย

นึกได้ว่าทำก๋วยเตี๋ยวหลอดกินดีกว่า


Photobucket


Photobucket


เส้นใหญ่มันไม่ค่อยเหนียวพอที่จะห่อได้ดังใจ เลยแค่ม้วนๆ ใส้ ให้หน้าตา
เป็นก๋วยเตี๋ยวหลอด แต่ทำน้ำจิ้ม โรยกระเทียมกรอบๆ กินควบคู่กัน ก็อร่อย



Photobucket


Photobucket ไข่ลูกเขย


คราวนี้ลูกเขย ได้กินไข่ลูกเขยแล้ว ^_^ เคยทำก่อนหน้านี้แล้ว
ตัดไข่เป็นซีกๆ จัดจาน
สวยงาม แต่ว่าไม่ได้ถ่ายรูปไว้
เมนูไข่ คงจะเป็นเบสิคสำหรับทุกๆ คน แต่ก็จะลองทำอีก

ทำบ่อยไม่ได้ กลัวอ้วน (ไปกว่านี้ อิ อิ)


Photobucket


Photobucket



Photobucket


Photobucket ผัดพริกแกงถั่ว


บางคนก็เรียกว่า ผัดพริกขิง แต่ไม่ได้ใส่ขิงอ่ะ เรียกผัดพริกแกงถั่วละกันนะ
จานนี้ภูมิใจ๊ ภูมิใจ
ไม่ใช่เพราะว่าทำได้อร่อยเลิศหรูอะไรหรอก
หลอกสามีให้กินได้ 55



Photobucket


Photobucket


รู้ๆ กันว่าสตีฟไม่กินแกง หรืออะไรก็ตามที่ใส่พริกแกง แต่จานนี้ทำเสร็จ ตั้งโต๊ะ
เชื้อเชิญ
ให้กิน ลองสิ ลองสิ ด้วยความที่เค้าไม่ถาม เราเลยไม่บอกว่าใส่อะไรบ้าง
พอสตีฟลอง ก็บอกว่า อ้า… ชอบ …555 (ดีใจยิ่งกว่าเมนูอื่นที่บอกว่าอร่อยซะอีก)



Photobucket



Photobucket ไก่ย่าง


ไก่ตัวนี้คงจะมาจากแถบอัฟริกา ย่างแล้วจะออกดำๆ 55 หมักค้างคืนไว้
เครื่องหมักครบสูตร
พอเย็นก็นำเข้าเตาอบ แต่อบนานไปหน่อย
แต่เนื้อข้างในสุกได้ที่ นุ่มๆ หอมๆ

ลองทำครั้งที่สอง สีอ่อนลงแล้วนะจ๊ะ กินกับข้าวเหนียว … อิ่ม อร่อย


Photobucket


แต่มันขาด ส้มยำ ลาบ น้ำตก นี่สิ ช่วยส่งมาให้ซักจาน ได้ปะ ^_^



Photobucket



โซนนี้ นานาชาติ จ้า


Photobucket Beef Mince


Photobucket



Photobucket BBQ Spare rib



Photobucket


มีเนื้อเยอะๆ ให้กินไม่ชอบ ชอบแบบแทะซี่โครงกันเนาะ

แถมราคาแพงด้วยดิ แต่มันได้รสชาติดีอ่ะ กินกับซอสบาร์บีคิว




Photobucket



คราวนี้มาแบบรวมมิตร เพราะไม่ได้มานำเสนอนาน ใครมีอะไรแนะนำ
ก็เชิญนะคะ
ยินดีรับทุกความคิดเห็น
อยากทำให้มันดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป ตอนนี้ก็นึกอยู่ว่า พรุ่งนี้จะ

ทำเมนูอะไรต่อดี

อ้อ … ได้ลองทำ ไก่ย่าง KFC ด้วยนะ อร่อยดี
แล้วก็ทำ Banana Loaf ด้วย

เอาไว้ถ้าได้ทำอีกรอบ จะถ่ายรูปส่งมาให้ดู

ขอให้ทุกคนมีความสุข กับเมนูของตัวเองเช่นกันจ้า ^_^


Take care!


Apple



ความรู้จากหนังสือ Life in the UK


Photobucket



จากที่เคยเล่าว่าจะไปสอบ Life in the UK เมื่ออาทิตย์ก่อน
ตอนนี้สอบผ่านแล้วค่ะ
ไม่ยากอย่างที่คิดไว้
เพราะตอนทำ Mock Test ข้อสอบยากกว่าที่ไปสอบจริงเยอะ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกๆ คนให้สอบผ่านนะคะ
พ่อกับแม่ที่เมืองไทยก็ลุ้น
ไปด้วย
ตอนรู้ผลประมาณ 5 ทุ่มที่เมืองไทย พ่อก็เปิดโทรศัพท์รอ Message เมื่อ

รู้ผลแล้วก็โล่งอกไปตามๆ กัน นอนหลับได้อย่างสบายใจ ^_^

ขนาดมีครอบครัวแล้ว ไปสอบพ่อกับแม่ก็ยังต้องลุ้นกันอยู่เลย
แล้วเมื่อตอนที่เรา
ยังเป็นเด็ก สอบปลายภาคเพื่อเลื่อนชั้น
หรือสอบเข้าโรงเรียน ความรู้สึก

จะขนาดไหนเนาะ (คนเป็นพ่อเป็นแม่รู้ดี) …


ผลการสอบครั้งนี้
จะเป็นหนึ่งในเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอวีซ่าถาวร UK

(Settlement) ถ้าได้วีซ่าถาวรแล้ว ก็ไม่ต้องต่อวีซ่าใดๆ อีก
สามารถเข้าออกประเทศ
อังกฤษได้ตามต้องการ
(แต่ยังคงใช้พาสปอร์ตไทย) และเมื่ออยู่อังกฤษครบ 3 ปี

(ตอนนี้อยู่เกือบครบ 2 ปีแล้ว) ก็นำผลสอบนี้ ไปขอ Citizenship
ได้สัญชาติอังกฤษ
และทำ British Passport ได้

ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าอังกฤษจะเปลี่ยนกฏการเข้าเมืองใหม่
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ทำให้การเป็นพลเมืองอังกฤษ และสัญชาติยากมากขึ้น
แต่ก็ขอให้เราผ่าน
ขั้นตอนทุกอย่างไปก่อนละกัน
ก่อนที่จะเปลี่ยนกฏใหม่


สอบเสร็จแล้วไม่อยากให้เนื้อหาต่างๆ ที่ได้รู้เข้าหม้อไปซะก่อน
ก็เลยถือโอกาสนี้เอาข้อมูลมาแชร์ให้กับทุกๆ คนค่ะ ^_^


Photobucket



Photobucket การศึกษาในประเทศอังกฤษ

Photobucket


ภาคบังคับของอังกฤษ เด็กอายุตั้งแต่ 5-16 ต้องเข้าโรงเรียน
ถ้าเป็นโรงเรียนของรัฐ
ค่าเรียนฟรีตลอดจนอายุ 16
แต่ผู้ปกครองต้องจ่ายค่าเสื้อผ้า ชุดกีฬา และเพิ่มเติม

บางส่วนสำหรับการเรียนดนตรี ทัศนศึกษานอกโรงเรียน
(แต่มีเด็กบางส่วน 8% ที่
เรียนโรงเรียนเอกชน
ซึ่งทั่วทั้งเกาะอังกฤษ มีอยู่ประมาณ 2,500 โรงเรียนเท่านั้น)


ถ้าเด็กไม่ได้เรียนหนังสือ หรือไม่เข้าเรียน ผู้ปกครองจะถูกดำเนินคดี

หลังจากผ่านช่วงอายุ 16 ปีแล้ว บางคนก็ต่อระดับมหาวิทยาลัยเลย
(สตีฟบอกว่า
ตอนเข้ามหาวิทยาลัยอายุ 17)
บางคนก็ไปท่องเที่ยว หาประสบการณ์ หรือทำงาน

แล้วก็อาจจะกลับมาเรียนต่อ ตอนอายุ 18 หรือ 19
หรือ ส่วนใหญ่ก็ทำงานเลย


จากที่อ่านในหนังสือ มีเพียงไม่ถึง 50%
ที่เด็กจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ตอน
นี้รัฐบาลก็มีโปรแกรม
ให้คนเรียนต่อเพิ่ม





Photobucket การรักษาพยาบาล

Photobucket


เวลาพบแพทย์เพื่อตรวจโรค ขอคำแนะนำต่างๆ
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่จะมี
ค่าใช้จ่ายเมื่อมีใบสั่งยา
โดยจะนำใบสั่งยาไปที่ Pharmacy


แต่ก็มีบางกรณีที่ไม่ต้องเสียค่ายา คือ


- เด็กอายุต่ำกว่า 16 หรือ ถ้าเรียนหนังสือต่อจนถึงอายุ 19
- ผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 60 ปี
- ตั้งครรภ์ หรือ มีลูกอายุต่ำกว่า 1 ปี
- ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ




Photobucket ทำฟัน


กรณีผู้ที่สามารถทำฟันได้ฟรี

- อายุต่ำกว่า 18 ปี
- ตั้งครรภ์ หรือ มีลูกอายุต่ำกว่า 1 ปี
- ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ



Photobucket การคลอด ดูแลเด็ก การลาหยุดของพ่อ แม่

Photobucket


ระหว่างการตั้งครรภ์จะได้รับการดูแลจากพยาบาล Midwife เมื่อคลอดแล้ว
จะมี Health visitor มาที่บ้าน (เฉพาะช่วงแรกๆ) มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ
ดูแลบุตร และจะให้คำแนะนำจนกระทั่งเด็กอายุได้ 5 ขวบ

ผู้หญิงตั้งครรภ์มีสิทธิลาคลอดได้ 26 สัปดาห์
ส่วนพ่อของเด็กมีสิทธิลาหยุดได้ 2 สัปดาห์




Photobucket ที่อยู่อาศัย

Photobucket


จากสถิติบอกว่า คนอังกฤษมีบ้านเป็นของตัวเอง
อยู่ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด

นอกนั้นก็จะเป็นการเช่าบ้าน อยู่แฟลต หรือเช่าห้อง
และทุกบ้านต้องมีเสียภาษีท้อง
ถิ่น
อีกอย่างนึงคือ ถ้ามีทีวี ต้องเสียค่า TV License
เดือนละ 6,000 กว่าบาท




Photobucket การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ จากรัฐ

สำหรับคนอังกฤษที่สามารถทำงานได้ แต่ตกงาน
สามารถ claim เงินช่วยเหลือจากรัฐ
ได้ (Jobseeker’s Allowance)
เคลมได้ตั้งแต่อายุ 18 – 65


คิดแล้วก็ได้ประมาณเดือนละ 15,000 บาท
เพียงพอกับค่าอาหารเลยทีเดียว

แต่คนที่จะได้ก็ต้องผ่านหลักเกณฑ์ต่างๆ มากมาย



Photobucket



นี่ก็เป็นบางส่วนสำหรับเรื่องในชีวิตประจำวันที่เอามาฝากค่ะ ก็คงมีบางส่วน
ที่แตกต่าง หรือเหมือนกับที่เมืองไทย มีดีบ้าง เสียบ้าง มาอยู่แล้วก็ต้อง
ยอมรับกฏของที่นี่ แล้วก็ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของประเทศ ^_^

วันนี้ได้เข้าร่วมประชุมกับ Credit Union เป็นเหมือนสหกรณ์ออมทรัพย์
ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Saving และ Loan ดีมากค่ะ


แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วจะมาเม้าท์ต่อค่ะ

Bye bye! ^_^


Apple



สอบ "Life in the UK"


Photobucket

Knowledge of English: Life in the UK Test


หลังจากผ่านพ้น 1 ปี ที่มาอยู่อังกฤษ ตั้งแต่เดือนหน้าก็ต้องเริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ
แล้วล่ะ ไม่ได้ไปลงเรียนอะไรที่ไหนหรอก สอบเพื่อให้ได้ UK Residency – Settlement โดยไม่ต้องต่อวีซ่าอีก เข้า-ออก ประเทศอังกฤษบ่อยแค่ไหนก็ได้ เค้าเรียกว่าเป็น Indefinite leave to remain (ILR)

และ 1 ใน เอกสารที่ต้องยื่นนั้น ก็คือ Knowledge of English หรือ ความรู้ความสามารถในภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถแสดงผลการสอบได้ 2 ทาง คือ การสอบ Life in the UK ซึ่งจะมีหนังสือให้อ่าน เตรียมพร้อม และทดลองทำข้อสอบด้วยตัวเอง ไม่ต้องเข้าชั้นเรียน หรือ อีกทางหนึ่ง คือ ถ้าคิดว่าจะไม่อ่านหนังสือเอง และความรู้ภาษาอังกฤษยังไม่เพียงพอ ก็ต้องเข้าเรียน เป็นคอร์ส ESOL (English for Speakers of other languages) Entry 3

จริงๆ แล้ว เอกสารต่างๆ ที่ต้องยื่นประกอบในการขอ Indefinite Leave to Remain หรือ ILR นั้น ต้องยื่นก่อนวีซ่าหมดอายุ 28 วัน (วีซ่าคู่สมรส ที่ได้มาจากเมืองไทย เพื่อย้ายมาอยู่อังกฤษ มีอายุ 2 ปี) จะยื่นก่อนนี้ไม่ได้

สำหรับตัวเองแล้ว เลือกที่จะอ่านหนังสือเอง และ ไปสอบ โดยผลสอบของ Life in the UK ไม่มีหมดอายุ เราสามารถไปสอบและเก็บผลไว้รอยื่นเอกสารได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้จวนเจียนและเป็นกังวลเวลาใกล้จะยื่นเอกสาร เลยคิดว่า ไปสอบเก็บผลไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่า

เนื้อหาข้างในก็หลายเรื่องเกี่ยวกับ UK มีทั้งหมด 9 chapters แต่ใช้สอบแค่ 5 chapters อ่านกันเข้าไป ..... ถามคนอังกฤษเอง บางอย่างก็ยังไม่รู้เลย เพราะเค้าไม่ต้องสอบ รู้หรือไม่รู้ก็ไม่เป็นไร


Photobucket


Life in the United Kingdom
A Journey to Citizenship (2nd edition)


Photobucket


ระหว่างที่อ่านหนังสือเตรียมพร้อมสอบ ได้ลองฝึกทำข้อสอบแล้ว ทั้งทางอินเตอร์เน็ตแล้วก็หนังสือแบบฝึก
ที่ซื้อมา ก็คิดว่าน่าจะผ่านได้ เลยจองวันสอบ โดยโทรศัพท์ไปจองที่ศูนย์สอบใกล้บ้ืานในนิวคาสเซิล ตอนนั้นก็ตื่นเต้นว่า จะได้วันสอบวันไหน พอรู้ว่าจะต้องสอบหลังจากวันที่จองไป 2 สัปดาห์ ก็ยิ่งตื่นเต้นไปอีก

ก่อนวันสอบ สามีก็พาไปดูสถานที่สอบ เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ พอถึงวันสอบจะได้ไม่หลงไปไหน


เมื่อถึงวันสอบ ก็เตรียมเอกสารไป
1. พาสปอร์ต
2. ใบขับขี่ จะเป็นแบบ Provisional license ก็ได้ หรือ เอกสาร Proof of address อื่นๆ (อาจจะเป็นจดหมายจากทางราชการที่ส่งมาที่บ้าน หรือ จดหมายจากธนาคาร ที่มีชื่อเรา และ ที่อยู่)
3. ค่าธรรมเนียม (ณ ตอนนั้น 33.28 ปอนด์) เราก็เตรียมไปแบบไม่ต้องทอนเลย ^_^

นอกจากเอกสารสำหรับยื่นเพื่อสอบแล้ว ก็ไม่ลืมหนังสือ Life in the UK เผื่อติดไม้ติดมือไปอ่านรอบสุดท้าย ก่อนสอบ เพราะต้องไปถึงก่อนเวลาสอบอยู่แล้ว อย่างน้อย 10 นาที


สำหรับขั้นตอนในการสอบคือ
1. รอที่ห้องลงทะเบียนซึ่งมีเจ้าหน้าที่นั่งรออยู่ เพื่อตรวจสอบรายชื่อ และการจองสอบ เค้าจะถามชื่อ แล้วก็เบอร์โทรศัพท์ที่เราได้บอกไว้ เมื่อแจ้งชื่อลงทะเบียนแล้ว ก็นั่งรอ

2.เมื่อครบจำนวนผู้เข้าสอบแล้ว และเมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่จะพาพวกเราที่จะสอบไปที่ห้องสอบ อยู่อีกห้องหนึ่ง ใกล้ๆ กัน ในห้องก็จะมีคอมพิวเตอร์อยู่เป็นล็อคๆ

3.เข้าไปแล้วก็เลือกที่นั่ง จากนั้น เจ้าหน้าที่จะเรียกให้ไปลงทะเบียนกับคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่อีกรอบ

4. ช่วงลงทะเบียน เจ้าหน้าที่จะถามข้อมูลเรา พร้อมกับเช็คเอกสารที่เราเตรียมไป และที่สำคัญเจ้าหน้าที่จะถามว่า ที่เรามาสอบนี้ สอบเพื่อ ILR หรือ ขอ Citizenship และเราต้องตรวจสอบข้อมูลขั้นสุดท้าย และ click accept ข้อมูลว่าถูกต้องแล้ว และจ่ายค่าธรรมเนียม

ุ5.หลังจากจ่ายเงินแล้วก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะคอมที่เราเลือกไว้ (ศูนย์ที่นี่ไม่ได้ระบุ ว่าต้องนั่งตรงไหน)

6. เมื่อลงทะเบียนครบหมดทุกคนแล้ว ุเจ้าหน้าที่จะอธิบายวิธีการทำข้อสอบทางคอมพิวเตอร์

ข้อสอบมีทั้งหมด 24 ข้อ มีเวลาสอบ 45 นาที ต้องทำให้ได้ 18 ข้อถึงจะผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็ต้องมาสอบใหม่ สำหรับคนที่สอบเสร็จก่อนเวลาก็ให้เดินออกจากห้องได้ ไม่ต้องรอจนเสร็จพร้อมกันทุกคน แล้วก็ไปนั่งรอในห้องแรกที่ลงทะเบียน


7. เมื่ออธิบายเรียบร้อย ก่อนลงมือสอบ เจ้าหน้าที่ก็มาเช็คเอกสารเราอีกรอบตามแต่ละคอมพิวเตอร์ แล้วก็คีย์ข้อมูลสำหรับ
เข้าหน้าจอข้อสอบ และบอกว่า ถ้าพร้อมแล้ว ก็ให้ click เข้าไปสอบได้เลย

แล้วก็เริ่มการสอบ .... ห้องก็จะเงียบ ได้ยินแต่เสียง click ของเ้ม้าส์ และใจตัวเองก็จดจ่ออยู่กับข้อสอบตรงหน้า

สำหรับตัวเอง 24 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที เพราะข้อสอบนั้น ก็ผ่านตามาแล้วทั้งหมด และคิดว่ามั่นใจในคำตอบทุกข้อ พร้อมทั้งได้ตรวจทานอีก 1 รอบ มั่นใจแล้ว ก็ไม่อยากนั่งต่อแล้ว ก็เลย Click Finished คือ เสร็จเรียบร้อย แล้วก็ออกห้องสอบเป็นคนแรก

จากที่สังเกตวันนั้น ก็มีเราเป็นคนไทยคนเดียว นอกนั้นก็มีฟิลิปปินส์ 2 คน คนผิวสี 1 คน อินเดีย 3 คน และชาติยุโรปอีก 3 คน

ช่วงที่รอให้ทุกๆ คน สอบเสร็จ ก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว นั่งรอเฉยๆ เพราะรออยู่คนเดียว จากนั้นไม่นานก็มีคนสอบเสร็จทยอยเดินเข้ามา ก็มีเพื่อนคุย บางคนก็หยิบหนังสือมาเปิดดูบ้าง ว่าตัวเองตอบผิด ตอบถูก ยังไงบ้าง ในระหว่างนั้น ก็สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ในห้องปริ้นส์เอกสาร เป็นปึก ๆ คิดว่าต้องเป็นผลสอบของพวกเราแน่ๆ

รวมเวลาที่รอในห้อง ก็ใช้เวลารอนานกว่าตอนสอบซะอีก เพราะมีคนสอบคนนึงใช้เวลาเกือบครบ เค้าบอกว่า เค้าไม่มีเวลาอ่านหนัีงสือเลย แล้วก็เกือบถึงเวลาที่จะต้องต่อวีซ่าด้วย ไม่ได้ฝึกทำสอบมากนัก เลยใช้เวลานาน

เมื่อสอบเสร็จเรียบร้อยกันทุกคนแล้ว ก็ถึงช่วงฟังผล เราก็โดนเรียกเป็นคนแรก แล้วผลก็คือ ผ่าน !!! เราก็ได้รับใบ Certificate และก็ได้เซ็นต์รับเรียบร้อย ดีใจเป็นที่สุด ผ่านแล้ว เย้!

คนที่นั่งใกล้ๆ ละแวกเดียวกัน ก็แสดงความยินดีกับเรา พอถึงตอนเค้าโดยเรียก ก็ผ่านเช่นกัน ก็ผลัดกันแสดงความยินดีกันไป สำหรับวันนั้น ก็คิดว่ามีคนสอบไม่ผ่านด้วย อาจจะ 1 - 2 คนนี่แหละ

ผลสอบ Certificate นี้ เป็น Original ไม่มี Copy ถ้าทำหายต้องสอบใหม่ ดังนั้นต้องเก็บให้ปลอดภัยที่สุด

เมื่อออกจากห้อง เตรียมเดินทางกลับบ้าน ก็ได้ส่ง message ไปให้พ่อกับแม่ที่เมืองไทยได้รู้ผล เพราะท่านช่วยลุ้นและเป็นกำลังใจให้เรามาตลอด แล้วก็ส่งให้สามีด้วย แต่ส่งช้าไป เค้าก็ส่งมาถามก่อนเลยว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะรู้เวลาสอบของเรา คิดว่าเราต้องสอบเสร็จแล้ว ทำไมถึงเงียบๆ ไปบอกผลให้เค้ารู้ แต่พอรู้แล้ว ก็ดีใจ แล้วก็ได้ไปทานอาหารนอกบ้าน ฉลองสอบผ่านกัน ^_^

ขอบคุณทุกๆ คน สำหรับกำลังใจที่ให้มาโดยตลอด และ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คน ที่กำลังเตรียมตัวสอบด้วย ขอให้ผ่านกันทุกคน เมื่อพยายาม และ พร้อมแล้ว เชื่อว่าทุกคนต้องทำได้ ^_^

Apple


Caravan Trip in Scotland - ถนนมุ่งสู่ Dunvegan - Isle of Skye


Photobucket

DUNVEGAN - ISLE OF SKYE


สวัสดีค่ะ ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วสำหรับ Caravan Trip
หลังจากใช้เวลาในการนำเสนอ
มาเนิ่นนาน
(นานกว่าเวลาที่ใช้ในการเที่ยวจริงๆ ซะอีก ^_^)
แต่ก็ทำให้การท่องเที่ยวได้อรรถรส

ได้เห็นบรรยากาศ เหมือนทุกๆ คนได้ไปเที่ยวพร้อมกัน

เมื่อคราวก่อนเรามาถึงตรงสะพาน Skye Bridge เพื่อข้ามมา Isle of Skye
ต่อจากนี้ไป
เราจะเดินทางไปตามถนนบนเกาะ Skye
เพื่อไปเที่ยว Dunvegan กันค่ะ


Photobucket


เมื่อผ่าน Skye Bridge (ก่อนหน้านี้จะมีการเก็บค่าผ่านทาง
แต่ตอนนี้สามารถข้ามสะพานโดย
ไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางแล้ว)
แล้วก็ขับรถไปตามเส้นทาง โดยผ่านเมือง


Broadford  Sligachan  Portree  Dunvegan

(เมือง Uig เราไม่ได้ไป แต่รู้ว่าเป็นเมืองที่สวยงามมาก เอาไว้โอกาสต่อไป)

Photobucket

Photobucket

ถนนที่มุ่งสู่ Dunvegan ก็สวยงามไม่แพ้กัน
เหมือนถนนตัดผ่านแนวภูเขาที่อยู่สลับซับซ้อนกัน

เมื่อขับรถผ่านก็รู้สึกเหมือนกับว่าผ่านเข้ามาในเขตลี้ลับ เห็นแต่ภูเขา
เมฆหมอก ทะเล กับท้องฟ้า

แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัว กลับเห็นถึงความสวยงามมากกว่า

Photobucket

Photobucket

Photobucket




SLIGACHAN


เมือง Sligachan
เป็นจุดต่อจากเมือง Broadford ไปยังเมือง Portree และ Dunvegan

บริเวณนี้จะสามารถมองเห็นภูเขา Cuillin ซึ่งได้ถูกเรียกว่าเป็น Red mountain


Photobucket

Photobucket

Photobucket Photobucket

จากเมือง Portree สามารถมองเห็นยอดเขา Cuillin ได้เช่นกัน

Photobucket

Photobucket


ถนนมุ่งสู่ Portree



Photobucket


PORTREE

เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะ Skye เมืองนี้มีท่าเรือ (Portree Harbour)
ช่วงที่ขับรถผ่านจะเห็นน้ำทะเลสีสวย

มองเห็นเรือจอดอยู่ และใกล้ๆ ท่าเรือจะเห็นตึกสีสันสวยงาม
สะดุดตากว่าเมืองอื่นๆ


Photobucket

Photobucket Photobucket

Photobucket

จากเมือง Portree ขับรถต่อมาเรื่อยๆ จนถึง Dunvegan
เมืองนี้จะมีจุดเด่นของการท่องเที่ยวอยู่ที่
ปราสาท Dunvegan และสวนที่สวยงาม


Photobucket Photobucket



Photobucket


DUNVEGAN CASTLE

ปราสาทนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะสมกับชื่อที่ถูกตั้งให้
เพราะ Dunvegan ในภาษา Gaelic

หมายถึง ปราสาทหลังเล็ก

Photobucket


บริเวณที่จอดรถด้านหน้า

Photobucket

Gift shop ของที่ระลึก

Photobucket

จุดซื้อตั๋ว

Photobucket


ด้านหน้าปราสาท


Photobucket

Photobucket Photobucket

บรรยากาศด้านในปราสาท แบ่งออกเป็นห้องๆ
และจะมีคำบรรยายความสำคัญของแต่ละห้อง
ไว้หลายภาษา
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากหลากหลายประเทศ


Photobucket Photobucket
Photobucket Photobucket


ด้านหลังปราสาท ติดกับทะเล
ในอดีตเมื่อต้องการมาที่ปราสาทจะเดินทางมาโดยเรือ



Seagate ประตูทางเข้าหลังจากนำเรือมาจอด


Photobucket

Photobucket Photobucket


Photobucket

DUNVEGAN GARDEN

หลังจากชมบริเวณปราสาทกันแล้ว ก็เข้ามาชมสวนของปราสาทกันต่อ

บริเวณนี้จะเป็น Water Garden

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket Photobucket

Photobucket

Photobucket Photobucket
Photobucket Photobucket

ดอกลิลลี่หลากหลายสีสัน

Photobucket Photobucket

Photobucket

Photobucket Photobucket


อีกโซนหนึ่งของ Water Garden


Photobucket

Photobucket Photobucket

Photobucket Photobucket

Photobucket



Round Garden

Photobucket

Photobucket Photobucket



Walled Garden


Photobucket Photobucket

Photobucket Photobucket
Photobucket Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

ยังเดินได้ไม่ครบทุกจุด ก็มืดค่ำกันแล้ว
แต่ก็ยังเห็นนักท่องเที่ยวเพิ่งมาถึงก็หลายกลุ่ม แต่ก็
สามารถเข้าดูได้
เฉพาะที่สวน เพราะบริเวณปราสาทจะปิดก่อน

เวลาซื้อตั๋วสามารถเลือกซื้อได้ว่าจะชมปราสาท หรือว่าสวน


และแล้วก็ถึงเวลากลับที่พัก ...

Photobucket

ก็มีเหตุให้ตื่นเต้นกันนิดหน่อย หลังจากที่พ่อสตีฟสตาร์ทรถ
ก็มี
สัญญาณเตือนให้เช็คน้ำมันเครื่อง ก็แปลกใจกันว่าไม่น่าหมด
แต่พอเปิดฝากระโปรงรถดู

ปรากฏว่าจุกที่ปิดน้ำมันเครื่องหายไป น้ำมันเลยกระเด็นออกหมด
ก็หากันว่ามันหล่นอยู่ใกล้ๆ รึเปล่า
แต่ก็ไม่เจอ เลยคิดกันว่า
พ่อสตีฟคงจะลืมปิดตอนเช็คน้ำมันเครื่องตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านมา

(ก็หลายวันเลย กว่าจะรู้ว่าน้ำมันเครื่องกระเด็นออกหมด ^_^)

แต่โชคยังมีที่มีน้ำมันเครื่องสำรองติดรถไว้ แต่ก็ต้องเอากระดาษปิดจุกไว้
ไม่ให้น้ำมันกระเด็นอีก

แล้วก็ถึงที่พักอย่างปลอดภัย พร้อมด้วยความหิว พอทานมื้อเย็น

เรียบร้อย ก็ได้เวลาเข้านอนพอดี แล้วก็เตรียมตัวกลับบ้าน ^_^


Photobucket


แล้วพบกันใหม่สำหรับทริปต่อไป
หรือเรื่องราวต่างๆ ในอังกฤษที่จะเอามาเล่าสู่กันฟัง


อ้อ... อังคารหน้าจะสอบ Life in the UK แล้วค่ะ
ช่วยกันสาธุ ให้เปิ้ลสอบผ่านด้วยนะคะ ^_^



ปล มีรูปแถม สำหรับคนที่อยากเห็นหน้าเจ้าของเรื่อง 55

... ช่วยพ่อสตีฟตัดหญ้าที่บ้าน

Photobucket

Photobucket




ดูความขี้เล่นของพ่อสตีฟ ^_^

Photobucket

แบบนี้ฝึกขับรถไปได้ในตัว

Photobucket


ขอให้ทุกๆ คน มีความสุขกับครอบครัว
และกิจกรรมที่ทำ เช่นกันค่ะ ^_^



Bye bye... Take care!
*wave*

Apple