ความรู้จากหนังสือ Life in the UK


Photobucket



จากที่เคยเล่าว่าจะไปสอบ Life in the UK เมื่ออาทิตย์ก่อน
ตอนนี้สอบผ่านแล้วค่ะ
ไม่ยากอย่างที่คิดไว้
เพราะตอนทำ Mock Test ข้อสอบยากกว่าที่ไปสอบจริงเยอะ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกๆ คนให้สอบผ่านนะคะ
พ่อกับแม่ที่เมืองไทยก็ลุ้น
ไปด้วย
ตอนรู้ผลประมาณ 5 ทุ่มที่เมืองไทย พ่อก็เปิดโทรศัพท์รอ Message เมื่อ

รู้ผลแล้วก็โล่งอกไปตามๆ กัน นอนหลับได้อย่างสบายใจ ^_^

ขนาดมีครอบครัวแล้ว ไปสอบพ่อกับแม่ก็ยังต้องลุ้นกันอยู่เลย
แล้วเมื่อตอนที่เรา
ยังเป็นเด็ก สอบปลายภาคเพื่อเลื่อนชั้น
หรือสอบเข้าโรงเรียน ความรู้สึก

จะขนาดไหนเนาะ (คนเป็นพ่อเป็นแม่รู้ดี) …


ผลการสอบครั้งนี้
จะเป็นหนึ่งในเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอวีซ่าถาวร UK

(Settlement) ถ้าได้วีซ่าถาวรแล้ว ก็ไม่ต้องต่อวีซ่าใดๆ อีก
สามารถเข้าออกประเทศ
อังกฤษได้ตามต้องการ
(แต่ยังคงใช้พาสปอร์ตไทย) และเมื่ออยู่อังกฤษครบ 3 ปี

(ตอนนี้อยู่เกือบครบ 2 ปีแล้ว) ก็นำผลสอบนี้ ไปขอ Citizenship
ได้สัญชาติอังกฤษ
และทำ British Passport ได้

ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าอังกฤษจะเปลี่ยนกฏการเข้าเมืองใหม่
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ทำให้การเป็นพลเมืองอังกฤษ และสัญชาติยากมากขึ้น
แต่ก็ขอให้เราผ่าน
ขั้นตอนทุกอย่างไปก่อนละกัน
ก่อนที่จะเปลี่ยนกฏใหม่


สอบเสร็จแล้วไม่อยากให้เนื้อหาต่างๆ ที่ได้รู้เข้าหม้อไปซะก่อน
ก็เลยถือโอกาสนี้เอาข้อมูลมาแชร์ให้กับทุกๆ คนค่ะ ^_^


Photobucket



Photobucket การศึกษาในประเทศอังกฤษ

Photobucket


ภาคบังคับของอังกฤษ เด็กอายุตั้งแต่ 5-16 ต้องเข้าโรงเรียน
ถ้าเป็นโรงเรียนของรัฐ
ค่าเรียนฟรีตลอดจนอายุ 16
แต่ผู้ปกครองต้องจ่ายค่าเสื้อผ้า ชุดกีฬา และเพิ่มเติม

บางส่วนสำหรับการเรียนดนตรี ทัศนศึกษานอกโรงเรียน
(แต่มีเด็กบางส่วน 8% ที่
เรียนโรงเรียนเอกชน
ซึ่งทั่วทั้งเกาะอังกฤษ มีอยู่ประมาณ 2,500 โรงเรียนเท่านั้น)


ถ้าเด็กไม่ได้เรียนหนังสือ หรือไม่เข้าเรียน ผู้ปกครองจะถูกดำเนินคดี

หลังจากผ่านช่วงอายุ 16 ปีแล้ว บางคนก็ต่อระดับมหาวิทยาลัยเลย
(สตีฟบอกว่า
ตอนเข้ามหาวิทยาลัยอายุ 17)
บางคนก็ไปท่องเที่ยว หาประสบการณ์ หรือทำงาน

แล้วก็อาจจะกลับมาเรียนต่อ ตอนอายุ 18 หรือ 19
หรือ ส่วนใหญ่ก็ทำงานเลย


จากที่อ่านในหนังสือ มีเพียงไม่ถึง 50%
ที่เด็กจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ตอน
นี้รัฐบาลก็มีโปรแกรม
ให้คนเรียนต่อเพิ่ม





Photobucket การรักษาพยาบาล

Photobucket


เวลาพบแพทย์เพื่อตรวจโรค ขอคำแนะนำต่างๆ
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่จะมี
ค่าใช้จ่ายเมื่อมีใบสั่งยา
โดยจะนำใบสั่งยาไปที่ Pharmacy


แต่ก็มีบางกรณีที่ไม่ต้องเสียค่ายา คือ


- เด็กอายุต่ำกว่า 16 หรือ ถ้าเรียนหนังสือต่อจนถึงอายุ 19
- ผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 60 ปี
- ตั้งครรภ์ หรือ มีลูกอายุต่ำกว่า 1 ปี
- ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ




Photobucket ทำฟัน


กรณีผู้ที่สามารถทำฟันได้ฟรี

- อายุต่ำกว่า 18 ปี
- ตั้งครรภ์ หรือ มีลูกอายุต่ำกว่า 1 ปี
- ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ



Photobucket การคลอด ดูแลเด็ก การลาหยุดของพ่อ แม่

Photobucket


ระหว่างการตั้งครรภ์จะได้รับการดูแลจากพยาบาล Midwife เมื่อคลอดแล้ว
จะมี Health visitor มาที่บ้าน (เฉพาะช่วงแรกๆ) มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ
ดูแลบุตร และจะให้คำแนะนำจนกระทั่งเด็กอายุได้ 5 ขวบ

ผู้หญิงตั้งครรภ์มีสิทธิลาคลอดได้ 26 สัปดาห์
ส่วนพ่อของเด็กมีสิทธิลาหยุดได้ 2 สัปดาห์




Photobucket ที่อยู่อาศัย

Photobucket


จากสถิติบอกว่า คนอังกฤษมีบ้านเป็นของตัวเอง
อยู่ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด

นอกนั้นก็จะเป็นการเช่าบ้าน อยู่แฟลต หรือเช่าห้อง
และทุกบ้านต้องมีเสียภาษีท้อง
ถิ่น
อีกอย่างนึงคือ ถ้ามีทีวี ต้องเสียค่า TV License
เดือนละ 6,000 กว่าบาท




Photobucket การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ จากรัฐ

สำหรับคนอังกฤษที่สามารถทำงานได้ แต่ตกงาน
สามารถ claim เงินช่วยเหลือจากรัฐ
ได้ (Jobseeker’s Allowance)
เคลมได้ตั้งแต่อายุ 18 – 65


คิดแล้วก็ได้ประมาณเดือนละ 15,000 บาท
เพียงพอกับค่าอาหารเลยทีเดียว

แต่คนที่จะได้ก็ต้องผ่านหลักเกณฑ์ต่างๆ มากมาย



Photobucket



นี่ก็เป็นบางส่วนสำหรับเรื่องในชีวิตประจำวันที่เอามาฝากค่ะ ก็คงมีบางส่วน
ที่แตกต่าง หรือเหมือนกับที่เมืองไทย มีดีบ้าง เสียบ้าง มาอยู่แล้วก็ต้อง
ยอมรับกฏของที่นี่ แล้วก็ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของประเทศ ^_^

วันนี้ได้เข้าร่วมประชุมกับ Credit Union เป็นเหมือนสหกรณ์ออมทรัพย์
ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Saving และ Loan ดีมากค่ะ


แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วจะมาเม้าท์ต่อค่ะ

Bye bye! ^_^


Apple