ยื่นขอ ILR (Indefinite Leave to Remain)


Photobucket


เตรียมเอกสาร และ กรอกแบบฟอร์ม SET M



Photobucket


ตอนนี้นอกจากจะตื่นเต้นกับการเตรียมตัวที่จะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาในครอบครัวแล้ว ก็มีเรื่องตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่งสำหรับตัวเองคือ การยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าถาวรอังกฤษ เนื่องจากวีซ่าที่ได้มาจากเมืองไทย จะมีอายุครบ 2 ปี ในเดือนมิถุนายน 2010 ที่จะถึงนี้ ตอนนี้จึงเป็นช่วงเหมาะที่จะเตรียมเอกสาร เพราะถ้าปล่อยไว้ใกล้ๆ ช่วงที่จะยื่น ก็เกรงว่าตัวเองจะไม่สามารถ เพราะตั้งครรภ์เข้าเดือนที่ 8 อีก 3 สัปดาห์ก็ครบกำหนดคลอดแล้ว

ตามกฏการยื่นเอกสารขอ ILR ห้ามยื่นก่อนวีซ่าหมดอายุ 28 วัน ซึ่งวีซ่าเราจะหมดอายุวันที่ 21 มิถุนายน 2010 นับถอยหลังไป 28 วัน ก็สามารถยื่นเอกสารได้วันที่ 24 พฤษภาคม 1010 แต่เพื่อไม่ให้ขัดข้องก็จะส่งช้าไปซัก 2-3 วัน เพราะถ้ายื่นก่อนนั้น เอกสารการยื่นขอจะถูกปฏิเสธ และที่สำคัญคือ ไม่คืนเงินให้ด้วย เราจึงต้องเตรียมตัวเป็นอย่างดี

ตอนนี้ก็ได้ปริ้นท์แบบฟอร์มจากเว็บไซด์มาแล้ว (ณ ตอนนี้ เป็นแบบฟอร์ม version 04/2010 ซึ่ง updated 7 April 2010) พร้อมทั้ง Guideline การกรอกแบบฟอร์ม และ ข้อกำหนดเรื่องรูปถ่าย ที่ต้องส่งไปพร้อมกับแบบฟอร์ม และเตรียมเอกสารสนับสนุนว่าเราและสามีอาศัยอยู่ด้วยกัน มีที่อยู่ที่เดียวกัน เนื่องจากแบบฟอร์มมี version ใหม่ ออกมาเรื่อยๆ ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนยื่นด้วย


Photobucket



เอกสารที่ใช้ยื่นขอวีซ่าคือ


- ใบ Certificate รับรองว่าเราผ่านการสอบ Life in the UK แล้ว เพื่อยืนยันว่า เรามีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เพียงพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้ได้

- พาสปอร์ตของเรา และ ของสามี

- จดหมายที่มีชื่อสามี และ ชื่อเรา ร่วมกัน บนที่อยู่ที่จ่าหน้าซอง ซึ่งข้อกำหนดบอกว่า ให้มีอย่างน้อย 3 แหล่ง

Council Tax
จดหมายจาก Bank มีบัญชีร่วมกัน
จดหมายแจ้งค่าน้ำ ราย 3 เดือน

- เนื่องจากเรามีชื่อร่วมกับสามีเพียงแค่ 3 รายการนี้ ก็เลยต้องเตรียมเอกสารประกอบไปเพิ่ม คือ จดหมายที่มีชื่อเราคนเดียว จากแหล่งต่างๆ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา

เอกสารจาก Bank มีชื่อเราอย่างเดียว
เอกสารจาก NHS
เอกสารจาก DVLA เกี่ยวกับขับขี่รถยนต์
เอกสารจาก Government

- และ เอกสารที่เป็นของสามี มีชื่อสามีเพียงคนเดียว แต่มาจากแหล่งที่มาเดียวกันกับจดหมายเรา เพื่อแสดงให้เห็นว่า เราทั้งคู่มีที่อยู่ที่เดียวกัน

- และมีเอกสารแสดงฐานะทางการเงินของเราด้วย เพื่อสนับสนุนว่าเราไม่ได้พี่งพาอาศัยเงินของรัฐบาล เอกสารที่ยื่นไปก็มี Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และ pay slips ของสามี ย้อนหลัง 3 เดือน

- นอกจากนี้ ต้องมีเตรียมรูปถ่ายของเรา 2 รูป และ รูปถ่าย สามี 1 รูป โดยเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องรูปถ่ายด้วย รูปถ่ายต้องเป็นปัจจุบัน

ที่อังกฤษนี้เค้ามีตู้ถ่ายรูป Photo Me ที่ผ่านการรับรองว่าถูกตามหลักของที่รัฐบาลกำหนด สามารถนำไปยื่นประกอบการทำพาสปอร์ต ยื่นเอกสาร Immigration ต่างๆ วันก่อนที่จะยื่นเอกสารก็ได้ไปถ่ายรูปมา 5 รูป ราคา 5 ปอนด์ ประมาณ 250 บาท แพงทีเดียว เมื่อเทียบกับการถ่ายรูปที่เมืองไทย

- ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการขอวีซ่าถาวรนี้ ก็คือการจ่ายเงิน ซึ่งแพงมากๆ ณ เดือน พฤษภาคม 2010 อยู่ที่ 840 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็เกือบ 45000 บาท

สามีก็เขียนเช็คให้ เพราะจ่ายเป็นเช็ค ถึงกับร้องโอ้โฮ ทำไมแพงจัง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ ยังไงก็ต้องจ่ายนี่เนาะ

- นอกจากนั้น เรายังแนบเอกสารเพิ่มไปอีกอย่างคือ ใบทะเบียนสมรส ซึ่งเราแปลเป็นภาษาอังกฤษมาจากเมืองไทยแล้ว



Photobucket


Photobucket

วันที่ 26 พฤษภาคม 2010 ก็ได้ไปส่งเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ส่งแบบ Recorded Delivery 1st class ค่าส่งประมาณ 2 ปอนด์ รวมน้ำหนักของซองเอกสารไม่ถึง 0.5 กิโลกรัม ตอนแรกคิดว่าจะเสียค่าส่งมากกว่านี้

สำหรับตอนนี้ ก็เป็นขั้นตอนการรอลุ้นว่าจะได้วีซ่าเมื่อไหร่ เอกสารที่ส่งไปจะเพียงพอมั๊ย ต้องยื่นอะไรเพิ่มอีกมั๊ย ยังไงก็ขอให้ทุกอย่างราบรื่นละกัน ... เพี้ยง !



Apple



* ~ Meet & Greet in Thailand 2010 ~ *


สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เมืองไทย ทุกคน ^_^

มาทักทายอย่างเป็นทางการ หลังจากกลับมาถึงอังกฤษเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทุกๆ คน สบายดีใช่ป่าว เปิ้ล สตีฟ และ ลูกในท้อง สบายดี (คิดว่าเค้าสบายดี) ใช้เวลาอยู่หลายวัน กว่าจะฟื้นร่างกายกลับมาเป็นปรกติ หลังจากใช้เวลาเดินทางข้ามทวีปอยู่หลายชั่วโมง

ขอบคุณทุกคนอีกครั้งสำหรับการต้อนรับด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น แม้เวลาจะน้อยนิด แต่ก็ดีใจที่ได้เจอทุกคนค่ะ และต้องขอโทษด้วยสำหรับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสได้เจอ ได้คุยกันเลย หลังจากที่สายการบินโทรมาบอกว่ามีที่นั่งว่าง เวลาที่มีก็ดูน้อยนิด กะว่าหลังจากกลับจากเยี่ยมยายที่พิษณุโลกแล้ว จะมีเวลาอีกหลายอาทิตย์อยู่ที่เมืองไทย แต่แล้วก็ต้องรีบกลับ

วันที่เดินทาง ตอนเช็คอิน เจ้าหน้าที่ก็คงเห็นพุงเราใหญ่ เลยถามว่าท้องใช่มั๊ยคะ กี่เดือนแล้ว ถามหาใบรับรองแพทย์ เราก็เตรียมไปเรียบร้อย ถามว่าเขียนจากที่ไหน เราบอกว่า เอกสารจากโรงพยาบาลที่นิวคาสเซิล ตอนนี้เป็นขากลับ มาเที่ยว
เมืองไทย เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบน่าดู เราก็เกรงว่าเราจะต้องคลอดที่เมืองไทยซะแล้วมั๊ง แต่สุดท้าย เราก็ได้ขึ้นเครื่อง เพราะมันยังไม่เกินกำหนดที่จะขึ้นเครื่องได้ แล้วคิดไปอีกว่า ถ้าไม่รีบกลับ รออีก 2 อาทิตย์ ยุ่งกว่านี้แน่

การเดินทางโดยทั่วไปเรียบร้อยดี แต่ต้องดื่มน้ำบ่อยๆ เข้าห้องน้ำบ่อยๆ ได้ยืดเท้าและก็มีโอกาสได้คุยกับแอร์โฮสเตสของสายการบิน เป็นคนไทย ถามว่าคนท้องนั่งเครื่องนานๆ เป็นยังไงบ้าง ขนาดคนปกติ ยังไม่ค่อยจะสบายเท่าไหร่ คุยถูกคอ ขออะไร บ่อยยังไง ก็ให้กิน 55

นั่งเครื่องจากสุวรรณภูมิไปอัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) ใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมง แต่พอช่วงเปลี่ยนเครื่องสิ มีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเอง ต้องรีบเดินไปที่ Gate ไปถึงก็ขึ้นเครื่องต่อทันที ไม่มีเวลาได้พัก

พอเครื่องลงที่นิวคาสเซิล กระเป๋าไม่ตามมาด้วยซะงั้น เพราะเวลากระชั้นมาก คงจะจัดกระเป๋าไม่ทัน เลยต้องมาส่งให้ที่บ้านทีหลัง เราถึงบ้านประมาณ 11 โมง กระเป๋ามาประมาณเกือบทุ่ม เพราะต้องรอมากับเครื่องบินอีกเที่ยวนึง ดีที่ว่าระยะทางจากอัมสเตอร์ดัม มา นิวคาสเซิลไม่ไกล แค่ชั่วโมงกว่าๆ

มาถึงก็เจอฝนทันที อากาศแบบประเทศอังกฤษจริงๆ แต่หลังจากนั้น ก็เริ่มมีแดดออกแล้วล่ะ อุณหภูมิก็ต่ำกว่า 10 องศา มาถึงก็หายร้อนเป็นปลิดทิ้ง สบายตัวดีกว่าตอนอยู่เมืองไทย



---------------------------------

รูปภาพ สื่อแทนความรู้สึก และ บรรยากาศ ที่ได้เจอเพื่อนๆ อีก


Photobucket

Photobucket

Photobucket

รูปนี้เห็นพุงแบบชัดๆ ^_^

Photobucket

สองหนุ่ม สองมุม

Photobucket

บรรยากาศเบื้องหลัง ดูโรแมนติกดีจัง ^_^

Photobucket


ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ ๆ TCTC ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ นะคะ สำหรับปาร์ตี้
พ่อครัว แม่ครัว ทุกคน สำหรับอาหารอร่อยๆ มาถึงนี่ก็ยังอยากกินอยู่อีก
อยู่ได้ไม่ดึก แต่ก็ได้เม้าท์กันอย่างเต็มอิ่ม


และ พี่ๆ เพื่อนๆ บางส่วน ที่พาไปเลี้ยงที่ร้านด้วย

ขอบคุณสำหรับของขวัญ คำอวยพรน่ารักๆ


ขอบคุณเพื่อนที่เปิดบ้านต้อนรับพวกเรา ให้ได้ไปสังสรรค์กัน
เป็นไกด์พาเที่ยววัด ไหว้พระ ให้อาหารปลาอีก



---------------------------------


ไปเมืองไทยคราวนี้ มีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งพี่ดา ซึ่งเป็นทั้งพี่สาวและเพื่อนในคราวเดียวกัน บรรยากาศงานแต่งงานที่อบอุ่น ได้แสดงความยินดีกับเจ้าสาว เจ้าบ่าว พร้อมได้เจอเพื่อนๆ และ พี่ๆ ที่เคยรู้จักกันในงานแต่งด้วย อาหารก็อร่อย ทั้งโต๊ะนั่งกันอยู่ 4 คน โต๊ะครอบครัวจริงๆ อิ่มแปร้ไปเลยเรา คิดว่าทานเผื่อลูกในท้องด้วย ^_^

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับพี่ดาและสามี
(ขออนุญาตเอารูปมาลงในนี้ด้วยนะคะ)

ตอนนี้เข้ากลุ่มคนไม่ “โสด” กับพวกเราแล้ว ขอให้ชีวิตคู่มีความสุขค่ะ


Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket


---------------------------------


นั่งพิมพ์อยู่นี่ พุงก็กระเพื่อมๆ เห็นชัดเจนแล้วค่ะ บางวัน ปูดด้านซ้าย
บางวันปูดด้านขวา
ลูกดิ้นแรงขึ้น บ่อยขึ้น พุงก็ใหญ่ขึ้นอีก ไปเมืองไทย
น้ำหนักขึ้นไปอีก 3 กิโล รวมแล้ว
ตอนนี้ก็ขึ้นมา 7-8 กิโล แล้วล่ะ

แล้วจะส่งเมลมาอัพเดทให้ฟังเรื่อยๆ แต่เรื่องเที่ยว เข้าครัวทำอาหารใหม่ๆ
คงจะไม่ค่อย
ได้ทำแล้วล่ะ รอฟังจากเพื่อนๆ มาเล่าให้ฟังบ้างละกัน ^_^
แต่เดือนเมษา จะเข้าชั้นเรียน
เป็นคอร์สเตรียมตัวคุณแม่
เป็นยังไงจะมาเล่าให้ฟังจ๊ะ


ขอให้มีความสุขกันทุกๆ คน แล้วเม้าท์กันใหม่ค่ะ

คิดถึง
เปิ้ล



@ Bangkok Cafe & Minimart - Newcastle


สวัสดีค่ะ ^_^

วันนี้มาแนะนำร้านอาหารไทย ในเมืองนิวคาสเซิล ให้กับทุกๆ คนค่ะ
มีรูปภาพและราคามาพร้อม เรื่องราคาไม่ต้องเทียบกับราคาที่
ร้านในเมืองไทยทั่วๆ ไปเลยค่ะ เพราะแพงจริง แต่บางเมนูที่ใครไปทาน
ในโรงแรมที่เมืองไทย ก็คงอาจจะราคาใกล้เคียงกัน


ชื่อร้าน Bangkok Café

Photobucket

+ + บรรยากาศภายในร้าน + +

Photobucket Photobucket
Photobucket

บรรยากาศร้านมีความเป็นไทย แต่ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ
พนักงานต้อนรับ
ก็คนต่างชาติอีกเช่นเดียวกัน

Photobucket Photobucket

แต่ก็เหลือบเห็นพ่อครัว แม่ครัว เป็นคนไทย ก็รู้สึกดี ว่าได้ทานอาหารไทย
ฝีมือคนไทย รสชาติไทย จริงๆ

Photobucket Photobucket

Photobucket

ไม่แน่ใจว่ามีคนไทยมาทานบ่อยรึเปล่า แต่มีคนของร้านที่เป็นคนไทย
พอเค้าเห็นเรา ก็ทัก “สวัสดีค่ะ” แล้วก็ยิ้มแบบไทยๆ กับเรา
แต่วันนั้น ก็เห็นมีนักเรียนไทย ไปทานอยู่โต๊ะนึง


+ + รายการอาหารที่สั่ง สำหรับ 2 คน + +

Chocolate Shake £2.85 (150 บาท)
ชาเขียว ร้อน (pot) £1.90 (100 บาท)
ปอเปี๊ยะสด £5.90 (300 บาท)
ลาบหมู £5.90 (300 บาท)
ข้าวผัดไก่เม็ดมะม่วง £6.90 (350 บาท)
ข้าวเหนียว (กระติ๊บ) £1.90 (100 บาท)
ของหวาน £4.50 (250 บาท)


Thai fresh spring roll

Photobucket

Thai green pancake

Photobucket


+++++++++++++++++++++


มาแนะนำเมนูอื่นๆ ของร้าน กันบ้าง


Appetisers & Salads


ชุดนี้ จานละ 300 บาท


Poo-ja และ Po-pia-Thod

Photobucket Photobucket


Kai-Go-Lae Laab- moo และ Nam tok

Photobucket



สามจานนี้ จานละ 400 บาท


Bangkok café salad และ Bangkok tempura

Photobucket Photobucket

Pla-Kung (พล่ากุ้ง)

Photobucket



Curry


Tom-Yum (300 บาท) และ Tom-Kha (400 บาท)

Photobucket Photobucket


ชุดนี้ 400 – 450 บาท

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket


Thai stir fried noodle dishes

ชุดนี้ จานละ 400 บาท

Phad-Thai

Photobucket

Photobucket



Thai suki noodle soup

Photobucket


Side dishes

ข้าวสวย จานละ 100 บาท (ถ้าเป็นโถ 200)
ข้าวผัดไข่ 100 บาท
ไข่ดาว ไข่เจียว 30 บาท


Som- Tum (200 บาท ใส่กุ้งสด 300 บาท)

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket Photobucket

Photobucket



ของหวาน

Photobucket

Photobucket


พอได้ไปทานที่ร้าน ทำให้ตัวเองคิดอยากทำอาหารไทยให้ได้เยอะๆ
อร่อยๆ
ทำทานเองที่บ้าน คุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ
(เวลานึกอยากทานอาหารไทย)


อีกอย่างนึง ถ้ามีฝีมือจริง บวกกับมีลู่ทาง ทำเลดี เปิดร้านอาหารไทย
รับรองรับทรัพย์ แต่ก็ต้องคำนึงถึงต้นทุนด้วยเช่นกัน

จะเปิดร้านที่อังกฤษได้ ก็ไม่ใช่ของง่าย นึกจะขายตรงไหนก็ขายได้
ต้องผ่านการตรวจสอบ ทั้งคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย
กฏหมาย
การคุ้มครองผู้บริโภค ต่างๆ นานา

ต้นทุนที่ต้องใช้เปิดร้าน ก็ไม่น้อย รวมถึงของสด
ที่ต้องนำมาจากเมืองไทยอีก



+ + + + + + + + + + + + + + +

พูดถึงของสด จากเมืองไทยแล้ว

นอกจากร้านอาหารแล้ว ในเครือของร้าน ยังเปิดมินิมาร์ท ขายของไทยด้วย
ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน เป็นการลงทุนที่ครบวงจรดีทีเดียว

ของสดในมินิมาร์ท รวมถึง เครื่องปรุงอาหารต่างๆ ก็ถูกนำมาใช้ในร้านอาหาร
ของไม่เสีย แถมทำให้เกิดมูลค่า เมื่อทำเป็นอาหารเรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก


Bangkok Minimart – เป็นมินิมาร์ทไทย แห่งแรกในนิวคาสเซิล

Photobucket

Photobucket


ของในร้าน ก็เหมือนยกมินิมาร์ทในประเทศไทยขนาดย่อมๆ ไปตั้งเลย
เป็นแบรนด์ที่เห็นในเมืองไทยล้วนๆ


Apple