สอบ "Life in the UK"


Photobucket

Knowledge of English: Life in the UK Test


หลังจากผ่านพ้น 1 ปี ที่มาอยู่อังกฤษ ตั้งแต่เดือนหน้าก็ต้องเริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ
แล้วล่ะ ไม่ได้ไปลงเรียนอะไรที่ไหนหรอก สอบเพื่อให้ได้ UK Residency – Settlement โดยไม่ต้องต่อวีซ่าอีก เข้า-ออก ประเทศอังกฤษบ่อยแค่ไหนก็ได้ เค้าเรียกว่าเป็น Indefinite leave to remain (ILR)

และ 1 ใน เอกสารที่ต้องยื่นนั้น ก็คือ Knowledge of English หรือ ความรู้ความสามารถในภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถแสดงผลการสอบได้ 2 ทาง คือ การสอบ Life in the UK ซึ่งจะมีหนังสือให้อ่าน เตรียมพร้อม และทดลองทำข้อสอบด้วยตัวเอง ไม่ต้องเข้าชั้นเรียน หรือ อีกทางหนึ่ง คือ ถ้าคิดว่าจะไม่อ่านหนังสือเอง และความรู้ภาษาอังกฤษยังไม่เพียงพอ ก็ต้องเข้าเรียน เป็นคอร์ส ESOL (English for Speakers of other languages) Entry 3

จริงๆ แล้ว เอกสารต่างๆ ที่ต้องยื่นประกอบในการขอ Indefinite Leave to Remain หรือ ILR นั้น ต้องยื่นก่อนวีซ่าหมดอายุ 28 วัน (วีซ่าคู่สมรส ที่ได้มาจากเมืองไทย เพื่อย้ายมาอยู่อังกฤษ มีอายุ 2 ปี) จะยื่นก่อนนี้ไม่ได้

สำหรับตัวเองแล้ว เลือกที่จะอ่านหนังสือเอง และ ไปสอบ โดยผลสอบของ Life in the UK ไม่มีหมดอายุ เราสามารถไปสอบและเก็บผลไว้รอยื่นเอกสารได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้จวนเจียนและเป็นกังวลเวลาใกล้จะยื่นเอกสาร เลยคิดว่า ไปสอบเก็บผลไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่า

เนื้อหาข้างในก็หลายเรื่องเกี่ยวกับ UK มีทั้งหมด 9 chapters แต่ใช้สอบแค่ 5 chapters อ่านกันเข้าไป ..... ถามคนอังกฤษเอง บางอย่างก็ยังไม่รู้เลย เพราะเค้าไม่ต้องสอบ รู้หรือไม่รู้ก็ไม่เป็นไร


Photobucket


Life in the United Kingdom
A Journey to Citizenship (2nd edition)


Photobucket


ระหว่างที่อ่านหนังสือเตรียมพร้อมสอบ ได้ลองฝึกทำข้อสอบแล้ว ทั้งทางอินเตอร์เน็ตแล้วก็หนังสือแบบฝึก
ที่ซื้อมา ก็คิดว่าน่าจะผ่านได้ เลยจองวันสอบ โดยโทรศัพท์ไปจองที่ศูนย์สอบใกล้บ้ืานในนิวคาสเซิล ตอนนั้นก็ตื่นเต้นว่า จะได้วันสอบวันไหน พอรู้ว่าจะต้องสอบหลังจากวันที่จองไป 2 สัปดาห์ ก็ยิ่งตื่นเต้นไปอีก

ก่อนวันสอบ สามีก็พาไปดูสถานที่สอบ เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ พอถึงวันสอบจะได้ไม่หลงไปไหน


เมื่อถึงวันสอบ ก็เตรียมเอกสารไป
1. พาสปอร์ต
2. ใบขับขี่ จะเป็นแบบ Provisional license ก็ได้ หรือ เอกสาร Proof of address อื่นๆ (อาจจะเป็นจดหมายจากทางราชการที่ส่งมาที่บ้าน หรือ จดหมายจากธนาคาร ที่มีชื่อเรา และ ที่อยู่)
3. ค่าธรรมเนียม (ณ ตอนนั้น 33.28 ปอนด์) เราก็เตรียมไปแบบไม่ต้องทอนเลย ^_^

นอกจากเอกสารสำหรับยื่นเพื่อสอบแล้ว ก็ไม่ลืมหนังสือ Life in the UK เผื่อติดไม้ติดมือไปอ่านรอบสุดท้าย ก่อนสอบ เพราะต้องไปถึงก่อนเวลาสอบอยู่แล้ว อย่างน้อย 10 นาที


สำหรับขั้นตอนในการสอบคือ
1. รอที่ห้องลงทะเบียนซึ่งมีเจ้าหน้าที่นั่งรออยู่ เพื่อตรวจสอบรายชื่อ และการจองสอบ เค้าจะถามชื่อ แล้วก็เบอร์โทรศัพท์ที่เราได้บอกไว้ เมื่อแจ้งชื่อลงทะเบียนแล้ว ก็นั่งรอ

2.เมื่อครบจำนวนผู้เข้าสอบแล้ว และเมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่จะพาพวกเราที่จะสอบไปที่ห้องสอบ อยู่อีกห้องหนึ่ง ใกล้ๆ กัน ในห้องก็จะมีคอมพิวเตอร์อยู่เป็นล็อคๆ

3.เข้าไปแล้วก็เลือกที่นั่ง จากนั้น เจ้าหน้าที่จะเรียกให้ไปลงทะเบียนกับคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่อีกรอบ

4. ช่วงลงทะเบียน เจ้าหน้าที่จะถามข้อมูลเรา พร้อมกับเช็คเอกสารที่เราเตรียมไป และที่สำคัญเจ้าหน้าที่จะถามว่า ที่เรามาสอบนี้ สอบเพื่อ ILR หรือ ขอ Citizenship และเราต้องตรวจสอบข้อมูลขั้นสุดท้าย และ click accept ข้อมูลว่าถูกต้องแล้ว และจ่ายค่าธรรมเนียม

ุ5.หลังจากจ่ายเงินแล้วก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะคอมที่เราเลือกไว้ (ศูนย์ที่นี่ไม่ได้ระบุ ว่าต้องนั่งตรงไหน)

6. เมื่อลงทะเบียนครบหมดทุกคนแล้ว ุเจ้าหน้าที่จะอธิบายวิธีการทำข้อสอบทางคอมพิวเตอร์

ข้อสอบมีทั้งหมด 24 ข้อ มีเวลาสอบ 45 นาที ต้องทำให้ได้ 18 ข้อถึงจะผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็ต้องมาสอบใหม่ สำหรับคนที่สอบเสร็จก่อนเวลาก็ให้เดินออกจากห้องได้ ไม่ต้องรอจนเสร็จพร้อมกันทุกคน แล้วก็ไปนั่งรอในห้องแรกที่ลงทะเบียน


7. เมื่ออธิบายเรียบร้อย ก่อนลงมือสอบ เจ้าหน้าที่ก็มาเช็คเอกสารเราอีกรอบตามแต่ละคอมพิวเตอร์ แล้วก็คีย์ข้อมูลสำหรับ
เข้าหน้าจอข้อสอบ และบอกว่า ถ้าพร้อมแล้ว ก็ให้ click เข้าไปสอบได้เลย

แล้วก็เริ่มการสอบ .... ห้องก็จะเงียบ ได้ยินแต่เสียง click ของเ้ม้าส์ และใจตัวเองก็จดจ่ออยู่กับข้อสอบตรงหน้า

สำหรับตัวเอง 24 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที เพราะข้อสอบนั้น ก็ผ่านตามาแล้วทั้งหมด และคิดว่ามั่นใจในคำตอบทุกข้อ พร้อมทั้งได้ตรวจทานอีก 1 รอบ มั่นใจแล้ว ก็ไม่อยากนั่งต่อแล้ว ก็เลย Click Finished คือ เสร็จเรียบร้อย แล้วก็ออกห้องสอบเป็นคนแรก

จากที่สังเกตวันนั้น ก็มีเราเป็นคนไทยคนเดียว นอกนั้นก็มีฟิลิปปินส์ 2 คน คนผิวสี 1 คน อินเดีย 3 คน และชาติยุโรปอีก 3 คน

ช่วงที่รอให้ทุกๆ คน สอบเสร็จ ก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว นั่งรอเฉยๆ เพราะรออยู่คนเดียว จากนั้นไม่นานก็มีคนสอบเสร็จทยอยเดินเข้ามา ก็มีเพื่อนคุย บางคนก็หยิบหนังสือมาเปิดดูบ้าง ว่าตัวเองตอบผิด ตอบถูก ยังไงบ้าง ในระหว่างนั้น ก็สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ในห้องปริ้นส์เอกสาร เป็นปึก ๆ คิดว่าต้องเป็นผลสอบของพวกเราแน่ๆ

รวมเวลาที่รอในห้อง ก็ใช้เวลารอนานกว่าตอนสอบซะอีก เพราะมีคนสอบคนนึงใช้เวลาเกือบครบ เค้าบอกว่า เค้าไม่มีเวลาอ่านหนัีงสือเลย แล้วก็เกือบถึงเวลาที่จะต้องต่อวีซ่าด้วย ไม่ได้ฝึกทำสอบมากนัก เลยใช้เวลานาน

เมื่อสอบเสร็จเรียบร้อยกันทุกคนแล้ว ก็ถึงช่วงฟังผล เราก็โดนเรียกเป็นคนแรก แล้วผลก็คือ ผ่าน !!! เราก็ได้รับใบ Certificate และก็ได้เซ็นต์รับเรียบร้อย ดีใจเป็นที่สุด ผ่านแล้ว เย้!

คนที่นั่งใกล้ๆ ละแวกเดียวกัน ก็แสดงความยินดีกับเรา พอถึงตอนเค้าโดยเรียก ก็ผ่านเช่นกัน ก็ผลัดกันแสดงความยินดีกันไป สำหรับวันนั้น ก็คิดว่ามีคนสอบไม่ผ่านด้วย อาจจะ 1 - 2 คนนี่แหละ

ผลสอบ Certificate นี้ เป็น Original ไม่มี Copy ถ้าทำหายต้องสอบใหม่ ดังนั้นต้องเก็บให้ปลอดภัยที่สุด

เมื่อออกจากห้อง เตรียมเดินทางกลับบ้าน ก็ได้ส่ง message ไปให้พ่อกับแม่ที่เมืองไทยได้รู้ผล เพราะท่านช่วยลุ้นและเป็นกำลังใจให้เรามาตลอด แล้วก็ส่งให้สามีด้วย แต่ส่งช้าไป เค้าก็ส่งมาถามก่อนเลยว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะรู้เวลาสอบของเรา คิดว่าเราต้องสอบเสร็จแล้ว ทำไมถึงเงียบๆ ไปบอกผลให้เค้ารู้ แต่พอรู้แล้ว ก็ดีใจ แล้วก็ได้ไปทานอาหารนอกบ้าน ฉลองสอบผ่านกัน ^_^

ขอบคุณทุกๆ คน สำหรับกำลังใจที่ให้มาโดยตลอด และ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คน ที่กำลังเตรียมตัวสอบด้วย ขอให้ผ่านกันทุกคน เมื่อพยายาม และ พร้อมแล้ว เชื่อว่าทุกคนต้องทำได้ ^_^

Apple